ลงทะเบียนทดลอง CPAP ฟรี

4 วิธีแก้นอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

วิธีแก้นอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ดังที่ทุกท่านได้ทราบในบทความก่อนหน้านี้แล้วว่า อาการนอนกรนนั้น มีทั้งแบบธรรมดา และแบบรุนแรง หรือบางครั้งอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ร่วมด้วย ซึ่งสามารถทำอันตรายให้กับสุขภาพร่างกายของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งในระยะสั้น เช่น ตื่นมาแล้วปวดหัว ไม่สดชื่น หลับใน หรือง่วงนอนตอนกลางวัน หรือก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาว เช่น โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองแตก หรือโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น

ในบทนี้เราจะมาพูดถึงวิธีแก้นอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของอาการกรนและความรุนแรง รวมถึงสาเหตุหรือปัจจัยต่างๆ ที่ตรวจพบ ซึ่งแพทย์จะให้คำอธิบายแก่ท่านหลังจากตรวจยืนยันในข้างต้นแล้ว และจะเป็นผู้พิจารณาทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมต่อไปครับ

เชิญพบกับ 4 วิธีแก้นอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ!

1. วิธีแก้นอนกรน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการรักษาปัจจัยเสี่ยงหรือโรคร่วมที่อาจเป็นสาเหตุ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง ได้แก่ การปรับสุขอนามัยการนอน เช่นใช้เวลานอนพักผ่อนให้พอเพียง การเข้านอนและตื่นนอนอย่างตรงเวลาสม่ำเสมอ การงดเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนนอน การหลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับ และยาที่มีฤทธิ์กดประสาท หรือคลายกล้ามเนื้อ งดเว้นดื่มชา กาแฟ และหยุดสูบบุหรี่ ในช่วงบ่าย ที่สำคัญในรายที่อ้วน หรือ น้ำหนักเกิน ต้องลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตดังกล่าวแล้ว ท่านควรพบแพทย์เพื่อรักษาปัจจัยเสี่ยงหรือโรคต่างๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของการนอนกรนได้ เช่น ถ้าท่านมีโรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ ต่อมทอลซิลอักเสบ เนื้องอกบริเวณทางเดินหายใจ โรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หรืออื่น ๆ ซึ่งควรรับการรักษาโรคเหล่านี้ควบคู่กันไปด้วย

2. วิธีแก้นอนกรน ด้วยเครื่องช่วยหายใจ CPAP (Continuous Positive Airway Pressure Therapy)

เป็นวิธีการแก้นอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยเครื่องมือที่เรานิยมเรียกรวมๆ กันว่า “ซีแพ็บ” (CPAP) โดยมีหลักการคือ เครื่องจะเป่าลมผ่านทางช่องจมูก และหรือทางปาก เพื่อให้มีความดันลมแรงพอที่จะเปิดช่องคอซึ่งเป็นทางเดินหายใจส่วนต้นได้ตลอดเวลาขณะนอนหลับ เครื่อง CPAP มีหลายแบบ อาจเป็นแบบธรรมดา (Manual CPAP) แบบความดันลม 2 ระดับ (BiPAP) หรือแบบอัตโนมัติ (Auto CPAP, APAP) การรักษาด้วยวิธีนี้อาจจะเป็นวิธีที่ได้ผลดีและมีความปลอดภัยสูงหากใช้เครื่องอย่างถูกต้องและต่อเนื่องตลอดทุกคืน เครื่องแต่ละประเภทมีค่าใช้จ่าย และข้อดี ข้อเสียหรือข้อจำกัดแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทดลองใช้ และติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ (อ่านบทความเรื่อง เครื่อง CPAP คืออะไร และ วิธีการเลือกเครื่อง CPAP แบบ Auto หรือ Manual)

Transcend Auto CPAP แก้นอนกรน รักษานอนกรน

3. การรักษานอนกรนโดยใช้เครื่องมือในช่องปาก (oral appliances)

หลักการคือ ใส่เครื่องมือลักษณะคล้ายฟันยางหรือเครื่องดัดฟัน เพื่อป้องกันลิ้นตกไปอุดกั้นทางเดินหายใจ วิธีนี้ได้ผลดีในรายที่เป็นไม่รุนแรง ปัจจุบันมีหลายชนิด มีข้อดีข้อเสียหรือข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ท่านควรปรึกษาแพทย์ด้านนี้ก่อน

4. การรักษานอนกรนด้วยการผ่าตัด (Surgical Treatment)

ปัจจุบันมีวิธีการผ่าตัดหลายวิธีซึ่งมีข้อดี ข้อเสีย หรือความเสี่ยงต่างๆ กัน ตัวอย่างเช่น

  1. การผ่าตัดจมูก เช่น ใช้คลื่นวิทยุเพื่อลดขนาดของเยื่อบุเทอร์บิเนตอันล่าง (Radiofrequency ) หรือผ่าตัดเพื่อดัดผนังกั้นช่องจมูกในรายที่คดมาก (Septoplasty) รวมไปถึง การผ่าตัดริดสีดวงจมูก หรือไซนัสอักเสบ เฉพาะในรายที่มีปัญหาดังกล่าว
  2. การผ่าตัดต่อมทอลซิล (Tonsillectomy) และหรือต่อมอะดีนอยด์ (Adenoidectomy) วิธีนี้มีประโยชน์กับผู้ป่วยทีมีต่อมทอลซิลโตมาก หรือในเด็กที่มีต่อมอะดีนอยด์และทอลซิลโต
  3. การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อน (Uvulopalatopharyngoplasty, UPPP) ปัจจุบันการผ่าตัดแบบนี้มีหลายวิธี และไม่จำเป็นต้องตัดลิ้นไก่ของท่านออกทั้งหมด หลักการคือการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของลิ้นไก่และขยายช่องทางเดินหายใจบริเวณลำคอ วิธีนี้มีเหมาะสมกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องเพดานหย่อน หรือ ลิ้นไก่ยาวกว่าปกติ
  4. การผ่าตัดบริเวณโคนลิ้น เช่น การใช้คลื่นความถี่วิทยุเพื่อลดขนาดของลิ้น หรือ การผ่าตัดดึงขากรรไกรล่างบางส่วนมาด้านหน้า วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาอุดกั้นบริเวณโคนลิ้น
  5. การผ่าตัดเลื่อนกรามและขากรรไกรทั้งบนล่างมาด้านหน้า วิธีนี้เป็นการผ่าตัดที่ได้ผลดีในผู้ที่มีอาการรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาอย่างอื่น อย่างไรก็ตามเป็นการผ่าตัดค่อนข้างใหญ่ และอาจทำให้รูปหน้าเปลี่ยนได้ ซึ่งต้องพิจารณาอย่างเหมาะสมในแต่ละราย
  6. การเจาะคอ (Tracheostomy) เป็นการรักษาที่ได้ผลเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยต้องมีรูด้านหน้าลำคอและใส่ท่อเพื่อการหายใจ
  7. การรักษาด้วยเทคโนโลยี ใหม่ และไม่ต้องดมยาสลบ ได้แก่ การฝังไหมพิลล่า (Pillar Implantation) และ การใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) ซึ่งเป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูงและนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ขั้นตอนการรักษาด้วยวิธีนี้คือจะใช้เข็มชนิดพิเศษ ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานวิทยุ สอดเข้าไปในเยื่อบุผิวหรือตกแต่งบางส่วนของเนื้อเยื่อในบริเวณที่ต้องการ เช่น จมูก เพดานอ่อน โคนลิ้น จะช่วยให้ทางเดินหายใจส่วนบนกว้างและตึงตัวกว่าเดิม ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้คือ ได้ผลดีถึงดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการรักษาบริเวณจมูก อาการเจ็บปวดจากการรักษาน้อยลงใช้เวลาเพียง 10-15 นาที ใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบและส่วนมากไม่ต้องนอนโรงพยาบาล สามารถทำซ้ำได้อีกหลายครั้งและมีผลข้างเคียงน้อยมาก นอกจากนี้การรักษาด้วยความถี่วิทยุ ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษาด้วยเครื่องมืออื่นๆ รวมถึงการผ่าตัดชนิดอื่นๆด้วย เป็นต้น

กล่าวโดยรวมแล้วการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด แต่ละวิธีได้ผลดีไม่เท่ากัน และอาจมีข้อดีข้อเสียและเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคนต่างกัน ดังนั้นดีที่สุดจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

สรุป

การนอนกรนนั้น อาจเป็นสัญญาณ เบื้องต้นของอันตรายที่ซ่อนอยู่โดยท่านไม่รู้ คือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งสามารถรักษาได้ และช่วยลดปัญหาหรือความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ที่ตามมาภายหลังไม่มากก็น้อย ดังนั้นหากท่าน หรือ คู่สมรส และบุตรหลานของท่าน นอนกรนดังมากเป็นประจำ ท่านอาจพิจารณาเข้าปรึกษาคลินิคนอนกรนเพื่อรับคำแนะนำและ การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป


เรียบเรียงจากบทความเรื่อง “ทำอย่างไรเมื่อคนที่คุณรักนอนกรน”

รศ.นพ.วิชญ์ บรรณหิรัญ
American Board of Sleep Medicine, Certified International Sleep Specialist
ภาควิชา โสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


แชร์เลย!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มความเห็นของท่าน