ลงทะเบียนทดลอง CPAP ฟรี

นอนกรน เกิดจากอะไร และมีอันตรายหรือไม่

นอนกรน เกิดจากอะไร และมีอันตรายหรือไม่

นอนกรน เกิดจากอะไร

นอนกรน เป็นอาการที่พบบ่อยมาก และเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็ก จนถึงผู้สูงอายุ แท้จริงแล้ว เสียงกรนเป็นอาการที่บ่งบอกว่า กำลังมีการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งอาจเป็นตั้งแต่ จมูก ช่องลำคอ โคนลิ้น หรือ บางส่วนของกล่องเสียง ซึ่งเกิดการหย่อนตัวลงเกิดขึ้นในขณะนอนหลับ จนทำให้เมื่อลมหายใจ ผ่านเนื้อเยื่อดังกล่าว เกิดการสั่นสะเทือนและมีเสียงดังขึ้น อาการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนต้นนี้อาจเป็นเพียงบางส่วน หรือบางครั้งรุนแรงจนอุดกั้นลมหายใจทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถหายใจเข้าออกได้เป็นระยะ ๆ ซึ่งเราเรียกลักษณะดังกล่าวว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea, OSA) หรือที่นิยมเรียกง่าย ๆ ในปัจจุบันว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้หลายอย่าง เช่น เป็นสาเหตุและความเสี่ยงของ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรือ อัมพฤกษ์และอัมพาต ภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุอันเนื่องมาจากความง่วงนอนมากผิดปรกติ หรือ อาจก่อให้เกิดความรำคาญอย่างมาก ต่อผู้นอนร่วมห้อง เกิดเป็นปัญหาทางครอบครัว หรือสังคม ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกอาย และเสียบุคลิกภาพได้ ที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ ถ้ามีการหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก อาจทำให้มีความผิดปรกติของพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย และสติปัญญา เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวซุกซน ปัสสาวะรดที่นอน มีผลการเรียนแย่ลง หรือมีปัญหาสังคมสำหรับเด็กได้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้ คาดว่าอาจพบในประเทศไทยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 5 และเชื่อว่าพบได้มากกว่านี้ในผู้สูงอายุ ในเด็กพบประมาณร้อยละ 1

อาการที่บ่งบอก ว่าท่านอาจมี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

หากท่านมีอาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าท่านเป็นโรคนอนกรน หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อันตรายต่อสุขภาพโดยรวมของท่าน
  • ตื่นนอนมาแล้วไม่สดชื่น
  • ตื่นนอนแล้วปวดหัว
  • นอนกรนดังมากเป็นประจำ จนเกิดความรำคาญต่อผู้ที่นอนร่วมด้วย
  • รู้สึกนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นบ่อย คอแห้ง
  • ง่วงนอนมากผิดปรกติระหว่างวัน หงุดหงิดง่าย อารมณ์ไม่ดี
  • รู้สึกหายใจไม่สะดวกเวลานอน
  • มีผู้อื่นสังเกตเห็นว่าหายใจไม่สม่ำเสมอและมีเสียงกรนดังแต่หยุดเป็นช่วง ๆ ขณะนอนหลับ
ยิ่งท่านมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย ส่วนในเด็กนั้น อาจมีอาการนอนกรนเสียงดังคล้ายผู้ใหญ่ได้ หรืออาจนอนกระสับกระส่าย หายใจลำบาก คัดจมูกเป็นประจำต้องอ้าปากหายใจบ่อย ๆ อาจมีปัสสาวะรดที่นอนเป็นประจำหรือมีพฤติกรรมซุกซนก้าวร้าว ผลการเรียนแย่ลง เติบโตช้ากว่าวัย เป็นต้น
รูปที่ 1 ทางเดินหายใจในภาวะปกติ รูปที่ 2 การนอนกรนที่มีการหยุดหายใจร่วมด้วย
รูปที่ 1 ทางเดินหายใจในภาวะปกติ รูปที่ 2 การนอนกรนที่มีการหยุดหายใจร่วมด้วย

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย

ถ้ามีอาการนอนกรนเป็นประจำ หรือสงสัยว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรมาพบแพทย์ด้านการนอนหลับ หรือแพทย์หู คอ จมูก พร้อมกับคู่สมรสหรือผู้ที่สังเกตเห็นอาการ โดยจะมีขั้นตอนต่อไปนี้
  1. ก่อนตรวจควรทำแบบสอบถามประวัติที่เกี่ยวกับสุขภาพและการนอน (Medical and sleep history) จากนั้นจึงเข้าพบแพทย์เพื่อเล่าอาการเพิ่มเติม ในส่วนที่สำคัญและเกี่ยวข้อง
  2. รับการตรวจร่างกาย ตั้งแต่ การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดชีพจรและความดันโลหิต วัดเส้นรอบวงคอ หรือรอบเอว หลังจากนั้น แพทย์จะตรวจร่างกายบริเวณ ศีรษะ ใบหน้า คอ จมูก และช่องปาก อย่างละเอียด เพื่อประเมินลักษณะทางเดินหายใจส่วนต้น รวมถึงตรวจร่างกายทั่วไป เช่นปอด และหัวใจ หรือระบบอื่น ๆ ที่สำคัญและเกี่ยวข้อง
  3. ในหลายกรณีอาจต้องตรวจทางจมูกและลำคอของทางการส่องกล้อง (Endoscopy) ทีแผนกหู คอ จมูก และส่ง X-ray บริเวณศีรษะ ลำคอ หรือ การตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น ตรวจเลือด หรือคลื่นไฟฟ้าหัวใจและอื่น ๆ ตามความจำเป็น
  4. โดยกรณีทั่วไป ควรทำการ ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) หรือเรียกว่า Polysomnography ร่วมด้วย ซึ่งจะเป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG), คลื่นไฟฟ้าหัวใจ(EKG), คลื่นไฟฟ้าการเคลื่อนไหวลูกตา(EOG), คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อบริเวณคางและขา (EMG), วัดระดับการหายใจผ่านทางจมูก, การวัดการเคลื่อนไหวของหน้าอกและท้อง, รวมถึงการวัดระดับออกซิเจนในเลือด
โดยการทดสอบการนอนหลับนี้สามารถตรวจในห้องโรงพยาบาลได้ หรือตรวจด้วยเครื่องตรวจแบบไร้สายและเคลื่อนที่ได้(mobile test) โดยมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจตามห้องพิเศษ หรือที่บ้านก็ได้ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยสะดวกสบาย และหลับได้เป็นธรรมชาติมากกว่า อย่างไรก็ตามเนื่องจากการตรวจมีหลายแบบและมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน จึงควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับว่า การตรวจแบบใดเป็นการตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละราย >> อ่านบทความเรื่อง ตรวจนอนกรน ที่ไหนดี หรือเลือก ตรวจการนอนหลับที่บ้าน (Home Sleep Test)
ที่มา - บทความเรื่อง "ทำอย่างไรเมื่อคนที่คุณรักนอนกรน" รศ.นพ.วิชญ์ บรรณหิรัญ American Board of Sleep Medicine, Certified International Sleep Specialist ภาควิชา โสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
 
แชร์เลย!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

4 thoughts on “นอนกรน เกิดจากอะไร และมีอันตรายหรือไม่

  1. ลูกดิฉันตอนกลางคืนเหมือนนอนหลับไม่ค่อยสนิทหายใจดังเป็นหวัดไม่หายชักทีช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

    • กรณีนี้ผมแนะนำให้พบแพทย์เพื่อปรึกษาครับเพราะเกิดได้จากหลายสาเหตุ ควรให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อหาวิธีรักษาที่เหมาะสมครับ ผมแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนอนหลับโดยเฉพาะดังนี้ครับ

      รศ.นพ.วิชญ์ บรรณหิรัญ

      American Board of Sleep Medicine,
      Certified International Sleep Specialist
      ภาควิชา โสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

      ตารางออกตรวจ:

      PHC Clinic โทร: 095-050-7956 หรือ 061-659-1788
      61/19 ถ.พระราม 9 ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
      ทุกวันเสาร์ 13.00-15.00 น.

      รพ.กรุงเทพ คลินิกนอนกรน โทร. 02-310-3010, 02-310-3000 ต่อแผนก หู คอ จมูก
      ทุกวันอาทิตย์ 10.00-13.00 น.

      ———————–
      ขอแสดงความนับถือ
      นพ. วรวัฒน์ สุวรรณรักษ์

  2. ลูกชายนอนกรน.แต่เป็นบางวัน..เป็นอันตรายมากมั้ยคะ…..สังเกตุอาการคล้ายๆน้องคัดจมูก..นอนหงายทีไรมั๊กนอนกรนคล้ายผู้ใหญ่..แต่พอนอนตระแครงก็หาย

    • ถ้าลูกมีอาการนอนกรน ควรพาไปพบแพทย์ครับ เพราะจากอาการที่เล่ามาเด็กอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ครับ อาการนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับในเด็กนั้น ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุที่แตกต่างกับในผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ที่นอนกรนมักเกิดจากการหย่อนตัวของโคนลิ้น ลิ้นไก่หรือเพดานอ่อน ส่วนในเด็กมักเกิดจากการมีต่อมทอนซิล และหรือ ต่อมอะดีนอยด์ ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของจมูกโตกว่าปกติ (มองไม่เห็นทางปาก) นอกจากนี้ ภาวะจมูกอักเสบเรื้อรังจากภูมิแพ้ หรือ ภาวะอ้วน ก็เป็นสาเหตุที่พบบ่อยเช่นกัน ควรให้แพทย์ตรวจดูอย่างละเอียดและแนะนำวิธีรักษาที่เหมาะสมต่อไปครับ

เพิ่มความเห็นของท่าน