5 โรคร้ายจาก ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

โรคร้ายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

      ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) เป็นภาวะความผิดปกติอย่างหนึ่งของการหายใจที่เกิดขึ้นระหว่างนอนหลับ โดยส่วนใหญ่แล้วภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะพบมากตามช่วงอายุที่มากขึ้น และบุคคลที่มีน้ำหนักตัวมากเกินมาตรฐาน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ดังนี้

  1. โรคความดันโลหิตสูง

     โรคความดันโลหิตสูง เมื่อเป็นแล้วจะรักษาไม่หาย แต่สามารถดูแลและควบคุมได้ ซึ่งค่าความดันโลหิตโดยปกติแล้วจะมีจะมีค่าความดันอยู่ที่ 120/80 มิลลิเมตรปรอท หากวัดได้ตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป ถือว่ามีความดันโลหิตสูง

  1. โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

     โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เกิดจากการตีบลงหรือการอุดตันของหลอดเลือดทำให้การไหลเวียนของเลือดหยุดชะงัก ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถรับออกซิเจนและสารอาหารอย่างพอเพียงได้ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนหรือตายบางส่วน 

  1. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

     ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ คือการที่หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นช้ากว่าปกติ ทำให้การสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหลอดเลือดสมองอุดตันเพิ่มมากขึ้น

  1. โรคเส้นเลือดสมองตีบตัน

     โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน หรือ Stroke เกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะเกิดการอุดตันของเส้นเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้สมองขาดเลือด ทำให้ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือใช้งานได้ ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจส่งผลให้กลายเป็นโรคอัมพาต อัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้นั่นเอง

  1. โรคเบาหวาน

     โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรืออินซูลินมีประสิทธิภาพลดลง ซึ่งผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานมากกว่าผู้ที่นอนหลับปกติถึง 2 เท่า ยิ่งมีความผิดปกติด้านการนอนมากเท่าใด ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานก็เพิ่มสูงขึ้นมากเท่านั้น

     ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) มีแนวโน้มพบมากขึ้นเรื่อยๆ และกำลังได้รับความสนใจในวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง เพราะถือเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆตามมา หากท่านใดที่กำลังประสบปัญหานี้ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ควรเข้าพบแพทย์เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

บทความแนะนำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

20 − three =