การดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจที่บ้าน

Cycle Ventilator

การดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจที่บ้าน เป็นการดูแลที่ต้องอาศัยทั้งการดูแลและเอาใจใส่เป็นพิเศษรวมถึงต้องมีความเข้าใจในตัวผู้ป่วยอีกด้วย และที่สำคัญเลยต้องเข้าใจถึงการใช้งานเครื่องช่วยหายใจที่บ้าน ซึ่งในผู้ป่วยบางรายก็มีการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ ร่วมด้วย ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างมาก ซึ่งในบทความนี้ Nk Sleepcare จะมาให้ข้อมูลสำคัญเพื่อเป็นอีกหนึ่งความรู้ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบและสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

รู้จักเครื่องช่วยหายใจ

เครื่องช่วยหายใจ มีหลักการทำงานที่เลียนแบบการทำงานของระบบการหายใจของมนุษย์ กล่าวคือมีการปล่อยก๊าซเข้าไปในปอดเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซภายในปอด และปล่อยก๊าซที่แลกเปลี่ยนแล้วให้ออกสู่บรรยากาศภายนอก

ประเภทของเครื่องช่วยหายใจ

เครื่องช่วยหายใจแบ่งออกตามวงจรการสิ้นสุดของการหายใจ (Cycle) ได้เป็น 4 ประเภท

1) Volume Cycle Ventilator

เป็นเครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมด้วยปริมาตร เป็นเครื่องช่วยหายใจขนาดใหญ่ มักใช้ในโรงพยาบาล สามารถแสดงกราฟการหายใจต่างๆ ได้ โดยใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

Philips BiPAP A40
Philips BiPAP A40

2) Pressure Cycle Ventilator

เป็นเครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมด้วยแรงดันอากาศ มีขนาดเล็กกว่าแบบ Volume Cycle Ventilator แต่มีฟังก์ชั่นการทำงานน้อยกว่า จึงมักนิยมใช้ Pressure Cycle Ventilator กับผู้ป่วยที่กลับมารักษาตัวที่บ้าน

Pressure Cycle Ventilator แบ่งย่อยออกได้เป็น 2 ประเภทได้แก่

  1. เครื่องช่วยหายใจ CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) ใช้ได้กับผู้ป่วยทุกวัย ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เคลื่อนย้ายสะดวก การทำงานของเครื่องสอดคล้องกับปอดของคนทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนเพียงพอ ใช้สำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเล็กน้อยถึงรุนแรง
  2. เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดันสองระดับ BiPAP (Bi-level Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจแบบเน้นใช้งานที่บ้าน สามารถตั้งให้ระดับแรงดันอากาศในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออกมีค่าแตกต่างกัน ใช้สำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับขั้นรุนแรง หรือผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เป็นต้น
Philips DreamStation BiPAP AVAPS
Philips DreamStation BiPAP AVAPS

3) Time Cycle Ventilator

เป็นเครื่องช่วยหายใจที่ใช้ระยะเวลาในการหายใจเข้าเป็นตัวสิ้นสุดระยะเวลา และเมื่อผู้ป่วยหายใจเข้าครบตามระยะเวลาที่ตั้งไว้แล้วก็จะถือเป็นการสิ้นสุดการหายใจเข้าและเปลี่ยนเป็นหายใจออกทันที

4) Dual Control Ventilator

คือเครื่องช่วยหายใจที่ประกอบด้วย Pressure Control และ Volume Control ร่วมกัน ซึ่งความดันในการหายใจแต่ละครั้งจะปรับเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ

ทำไมต้องใช้เครื่องช่วยหายใจที่บ้าน

การใช้เครื่องช่วยหายใจจะช่วยให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ และกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ผู้ป่วยหายใจเป็นปกติในกรณีที่ได้รับยาสลบจากการผ่าตัด, กรณีที่มีอาการป่วยรุนแรง หรืออุบัติเหตุอันส่งผลต่อการหายใจ

หากแพทย์วินิจฉัยแล้วพบว่าผู้ป่วยมีอาการในระดับไม่รุนแรง หรือมีอาการคงที่หรือดีขึ้นแล้ว แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยกลับมารักษาตัวที่บ้าน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องช่วยหายใจตัวใหญ่และพักในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน

ส่วนเครื่องหายใจที่แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยซื้อหรือเช่าเพื่อนำมาใช้ที่บ้านมักจะเป็นเครื่องช่วยหายใจขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ มีการทำงานที่ไม่ซับซ้อนเท่ากับเครื่องตัวใหญ่ตามโรงพยาบาล และที่นิยมใช้กันเป็นส่วนใหญ่คือเครื่องช่วยหายใจประเภทแรงดัน 2 ระดับ (BiPAP) โดยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำการตั้งค่าหรือโหมดการทำงานที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วยก่อนที่จะส่งตัวออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวต่อที่บ้าน

อุปกรณ์ประกอบในการใช้เครื่องช่วยหายใจส่วนใหญ่มีอะไรบ้าง

  1. เครื่องผลิตออกซิเจน
  2. เครื่องพ่นยา
  3. เครื่องวัดเปอร์เซ็นต์ออกซิเจนในเลือด
  4. เครื่องช่วยหายใจแบบบีบมือ (Ambu bag)

วิธีดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น

  1. ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อน-หลังดูแลผู้ป่วย
  2. จัดท่าให้ผู้ป่วยได้หายใจอย่างสะดวก รวมถึงเปลี่ยนท่านอนให้ผู้ป่วยทุก 1 – 2 ชั่วโมง
  3. กรณีผู้ป่วยเจาะคอ ต้องดูแลท่อเจาะคอให้อยู่กับที่ หมั่นเช็กความสะอาด และดูว่าไม่มีเสมหะอุดตันอยู่เสมอ
  4. ตรวจสอบรอยต่อระหว่างเครื่อง รวมถึงตัวผู้ป่วยให้แน่น ไม่หลุดง่าย
  5. สังเกตอาการว่าได้รับออกซิเจนเพียงพอหรือไม่

"แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า BiPAP รุ่นไหนเหมาะกับคนไข้มากที่สุด?" E-Book ฉบับนี้มีคำตอบ

E-Book เปรียบเทียบ BiPAP รุ่นต่างๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

four × five =