INSOMNIA คืออะไร ทำไมคนสมัยนี้เป็นกันเยอะ

INSOMNIA คืออะไร

Insomnia คือ “โรคนอนไม่หลับ” ซึ่งในปัจจุบันหลายๆ คนเป็นโรคนี้กันมาก เวลาตีสองตีสาม เราเปิดเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ขึ้นมา ก็มักจะเห็นสเตตัสเพื่อนบ่นว่านอนไม่หลับกันแทบทุกคืน อาการนอนไม่หลับ ดูเหมือนจะเป็นโรคสามัญประจำยุคของคนสมัยนี้ไปเสียแล้ว

insomnia คือ โรคนอนไม่หลับ
insomnia คือ โรคนอนไม่หลับ

 

โรคนอนไม่หลับ หรือ Insomnia นี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย แต่มักพบมากในผู้หญิงและคนชรา ซึ่งโรคนอนไม่หลับนี้อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน อ่อนเพลีย ขาดสมาธิ นอกจากนี้อาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความทรงจำ (Memory Problems) ภาวะซึมเศร้า (Depression) อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย (Irritability) ภูมิคุ้มกันต่ำ อีกทั้งเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย

แล้วคนเราควรนอนวันละกี่ชั่วโมง?

โดยปกติ คนเรามีชั่วโมงการนอนที่แตกต่างกันตามช่วงอายุ โดยจำนวนชั่วโมงที่เหมาะสมสำหรับการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอในแต่ละวัยเป็นดังนี้

  • เด็กแรกเกิด: 14-17 ชั่วโมงต่อวัน
  • อายุ 1 ปี: 14 ชั่วโมงต่อวัน
  • อายุ 2 ปี: 12-14 ชั่วโมงต่อวัน
  • อายุ 3-5 ปี: 10-13 ชั่วโมงต่อวัน
  • อายุ 6-13 ปี: 9-11 ชั่วโมงต่อวัน
  • อายุ 14-17 ปี: 8-10 ชั่วโมงต่อวัน
  • ผู้ใหญ่: 7-9 ชั่วโมงต่อวัน
  • ส่วนผู้สูงอายุจะมีชั่วโมงการนอนที่สั้นลง เพราะร่างกายสามารถผลิตสารที่ช่วยให้นอนหลับได้ลดน้อยลง

สาเหตุของโรคนอนไม่หลับ (Insomnia)

อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่ปัจจัยทางด้านร่างกาย จิตใจ สภาพแวดล้อมและอุปนิสัยการนอน (Sleep hygiene)

  • ปัจจัยทางด้านร่างกาย อาจมีความผิดปกติระหว่างการนอน เช่น มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea) หรือมีปัญหาจากอาการอื่น เช่น อาการเจ็บป่วย มีไข้ โรคกรดไหลย้อน บางคนอาจมีระบบประสาทที่ตื่นตัวมากกว่าปกติจึงทำให้หลับยาก
  • ปัจจัยทางด้านจิตใจ อาจเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคไบโพล่าร์
  • ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดจากการมีเสียงรบกวน หรือมีแสงไฟรบกวน
  • อุปนิสัยการนอนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยการทำกิจกรรมต่างๆที่ส่งผลให้นอนไม่หลับ เช่น การเล่นเกม การดื่มเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นคาเฟอีน

อาการของโรค Insomnia

อาการของโรคนอนไม่หลับนี้ สามารถพบได้หลายรูปแบบ เช่น

  • ต้องใช้เวลานานกว่าจะนอนหลับได้
  • ชั่วโมงนอนน้อยเกินไป (ดูหัวข้อด้านบน เรื่องระยะเวลาการนอนที่เหมาะสมในแต่ละอายุ)
  • หลับแล้วตื่นบ่อยๆ (Interrupted sleep)
  • ตื่นแล้วไม่สามารถนอนหลับได้อีก
  • ง่วงนอนในเวลากลางวัน แต่นอนไม่หลับในเวลากลางคืน เหล่านี้ เป็นต้น

แนะนำอ่านเพิ่มเติม : นอนไม่หลับ ส่งผลอย่างไรต่อสมอง

 

อาการของโรค insomnia
อาการของโรค insomnia

การป้องกันอาการนอนไม่หลับ

Insomnia สามารถป้องกันได้ด้วยการฝึกอุปนิสัยในการนอนหลับที่ดี โดยทำดังนี้

  • นอนหลับเมื่อรู้สึกง่วง แต่หากนอนไม่หลับให้ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง
  • ทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายก่อนนอน หลักเลี่ยงเรื่องที่ส่งผลให้เกิดความเครียด และทำให้รู้สึกตื่นตัว เช่น เล่นเกมส์
  • เข้านอน-ตื่นนอนให้เป็นเวลา
  • หลีกเลี่ยงการงีบหลับในตอนกลางวัน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน
  • จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอน เช่น อุณหภูมิเหมาะสม เงียบ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทที่มีสารกระตุ้นคาเฟอีนครับ
  • งดดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และสารเสพติด

อ่านบทความเรื่อง นอนหลับอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

 

ความรุนแรงของโรคนอนไม่หลับ

สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับดังนี้

  1. อาการนอนไม่หลับชั่วคราว (Transient insomnia)

    มักพบในช่วงการเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน สิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นชิน หรืออาจเกิดจากอาการ Jet lag เมื่อเดินทางข้ามเส้นแบ่งเวลาโลก (Time zone)

  2. อาการนอนไม่หลับระยะสั้น (Short-term insomnia)

    มักเกิดเพียง 2-3 วันจนถึง 3 สัปดาห์ อาจพบได้เนื่องจากเกิดภาวะเครียด

  3. อาการนอนไม่หลับเรื้อรัง (Long-term or Chronic insomnia)

    เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานอาจเป็นเดือน หรือเป็นปี ซึ่งอาจเกิดผลจากการใช้ยา การเจ็บป่วยเรื้อรังไม่ว่าทางด้านร่างกายและจิตใจ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของการนอนหลับโดยตรง (Primary sleep disorder)

การนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง ส่งผลเสียอะไรบ้าง?

 

ความรุนแรงของโรคนอนไม่หลับ (insomnia)
ความรุนแรงของโรคนอนไม่หลับ (insomnia)

การวินิจฉัยโรคนอนไม่หลับ

แพทย์จะทำการซักประวัติจากตัวผู้ป่วยและบุคคลที่นอนใกล้ชิด เพื่อข้อมูลที่เกี่ยวกับช่วงที่ผู้ป่วยหลับว่ามีอาการอย่างไรบ้าง เช่น มีปัญหาการนอนอย่างไร มีอาการมานานเท่าไร รวมถึงสภาพแวดล้อมการนอน และพิจารณาแยกโรคทางจิตเวช และอายุรกรรมที่อาจทำให้นอนหลับได้ไม่ดี

ส่วนการตรวจสภาพสรีรวิทยาการนอนหลับด้วยเครื่อง Polysomnograph หรือเรียกว่าง่ายๆ ว่า การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ควรทำในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเช่น รักษานานกว่า 6 เดือนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือจากการซักประวัติแพทย์สงสัยว่าอาจเกิดจากปัญหาของโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนโดยตรง เช่น Sleep apnea syndrome หรือ PLMD

การรักษาโรคนอนไม่หลับ

  • การรักษาโดยไม่ใช้ยาโดยการแนะนำให้ผู้ป่วยปฏิบัติตามหลักสุขลักษณะการนอนหลับ
  • การใช้ยาช่วยในการนอนหลับ ต้องทำร่วมกับการนอนที่ถูกสุขลักษณะด้วยเสมอ ซึ่งควรใช้ยาในกรณีที่มีความรุนแรง และควรใช้ยาให้ระยะสั้นที่สุด ไม่ควรใช้ยาเกิน 2-3 สัปดาห์

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคนอนไม่หลับ ได้ที่นี่

ดาวน์โหลด E-Book "รวมท่าโยคะแก้อาการนอนไม่หลับ"

New call-to-action



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *