เด็กนอนกรน เกิดจากอะไร อาการแบบไหนควรพาไปตรวจ และรักษาอย่างไร
อัปเดตล่าสุด:
เด็กกรนได้ครับ บางครั้งเป็นแค่ช่วงเป็นหวัดหรือคัดจมูก แต่ถ้าลูกกรนบ่อย กรนดัง หายใจติดขัด สะดุ้งเฮือก หรือกลางวันง่วง ซน หรือหงุดหงิดผิดปกติ ควรพาไปให้แพทย์ประเมิน
เสียงกรนไม่ได้แปลว่าเด็กเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ OSA ทุกคนครับ แต่ถ้ากรนบ่อยหรือมีอาการอื่นร่วมก็ควรใส่ใจ เนื้อหาต่อไปนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูอาการที่บ้านได้ง่ายขึ้น เข้าใจว่าการตรวจมีอะไรบ้าง และรู้ว่าการรักษาจะเลือกให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน1
กรนธรรมดากับ OSA ต่างกันอย่างไร
เสียงกรนเกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนแคบลงตอนหลับ เนื้อเยื่อบริเวณคอหรือเพดานอ่อนจึงสั่นและเกิดเสียง เด็กบางคนกรนเป็นครั้งคราวโดยไม่ได้มีการอุดกั้นที่สำคัญ แต่บางคนมีปัญหาการหายใจขณะหลับได้ ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึง OSA
OSA คือช่วงที่ทางเดินหายใจส่วนบนตีบหรือปิดซ้ำ ๆ ระหว่างหลับ ทำให้หายใจได้ไม่เต็มที่และนอนไม่มีคุณภาพ เสียงกรนช่วยบอกว่าควรสังเกตต่อ แต่ใช้ยืนยัน OSA หรือบอกความรุนแรงไม่ได้ด้วยตัวเอง ประวัติ อาการ แบบสอบถาม คลิปวิดีโอ หรือขนาดทอนซิลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ใช้วินิจฉัยแทนการประเมินโดยแพทย์ไม่ได้3
เวลาสังเกตลูกจึงอย่าดูแค่ว่ามีเสียงกรนหรือไม่ ลองดูด้วยว่ากรนบ่อยแค่ไหน หายใจแรงหรือเปล่า มีช่วงเหมือนหยุดหายใจแล้วเฮือกหรือไม่ และกลางวันพฤติกรรมหรือความตื่นตัวเปลี่ยนไปไหม
ถ้าเด็กมี OSA และไม่ได้รับการดูแล อาจนอนหลับไม่เต็มที่และกระทบพฤติกรรม การเรียน การเจริญเติบโต หรือสุขภาพหัวใจได้6 แต่เสียงกรนอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะมีผลเหล่านี้ทุกคน แพทย์จึงต้องช่วยแยกกรนทั่วไปออกจาก OSA และดูสาเหตุอื่นประกอบ
ลูกนอนกรนเกิดจากอะไร
เด็กกรนได้จากหลายสาเหตุครับ และบางคนมีหลายปัจจัยพร้อมกัน สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้
ต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์โต
ต่อมทอนซิลอยู่สองข้างคอ ส่วนอะดีนอยด์อยู่ด้านหลังจมูก เมื่อเนื้อเยื่อเหล่านี้โต ทางเดินหายใจอาจแคบลง โดยเฉพาะตอนหลับ แต่ขนาดต่อมที่เห็นจากการตรวจอย่างเดียว ยังยืนยันไม่ได้ว่าเด็กมี OSA หรือมีอาการรุนแรงแค่ไหน3
จมูกอุดกั้นหรือภูมิแพ้
คัดจมูก เยื่อบุจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ อาจทำให้เด็กหายใจทางปากและกรนมากขึ้น ถ้าเป็นเฉพาะตอนเป็นหวัด อาการอาจดีขึ้นเมื่อหายป่วย แต่ถ้าคัดจมูกหรือกรนไม่หาย ควรให้แพทย์ช่วยหาสาเหตุ แทนการซื้อยาหรือใช้ยาต่อเนื่องเอง1
น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนทำให้เด็กบางคนมีโอกาสเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับมากขึ้น การดูแลน้ำหนักควรเหมาะกับวัยและทำร่วมกับทีมสุขภาพ ไม่ควรรอให้น้ำหนักลดก่อนแล้วค่อยตรวจหรือรักษาปัญหาการหายใจขณะหลับ1
โครงสร้างใบหน้า ช่องปาก หรือทางเดินหายใจ
ขากรรไกร ลิ้น เพดานปาก หรือโครงสร้างใบหน้าบางแบบอาจทำให้ทางเดินหายใจแคบ เด็กบางคนจึงต้องให้แพทย์หลายสาขาช่วยกันดูว่าอุดกั้นตรงไหนและควรดูแลอย่างไร17
โรคร่วมหรือภาวะเฉพาะบางชนิด
ถ้าเด็กมีดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) ความผิดปกติของกะโหลกใบหน้า โรคระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ โรคร่วมซับซ้อน หรืออายุต่ำกว่า 1 ปี แพทย์จะต้องดูเป็นรายคนตามอายุและโรคร่วม ไม่ควรนำคำแนะนำสำหรับ OSA ที่ไม่ซับซ้อนมาใช้แทนการประเมินโดยทีมแพทย์137
อาการอะไรที่ควรสังเกต
อาการ OSA ในเด็กอาจไม่เหมือนผู้ใหญ่ครับ บางคนไม่ได้ง่วงชัด ๆ แต่กลับซนขึ้น สมาธิลดลง หรือหงุดหงิดง่าย ลองสังเกตทั้งตอนกลางคืนและกลางวัน แล้วเล่าให้แพทย์ฟัง จะช่วยให้เห็นภาพได้ครบขึ้น67
อาการที่สังเกตได้ตอนกลางคืน
- กรนบ่อยหรือเสียงดัง
- เหมือนหายใจหยุดไปชั่วครู่ แล้วสะดุ้งเฮือก
- ต้องออกแรงหายใจ จนเห็นหน้าอกหรือคอบุ๋ม
- หายใจทางปาก คอแห้ง หรือตื่นมาดื่มน้ำบ่อย
- นอนดิ้น เหงื่อออกมาก หรือชอบแหงนคอ
- กลับมาปัสสาวะรดที่นอน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น หรือมีอาการอื่นร่วม167
ถ้าเห็นอาการเหล่านี้ ควรพาไปให้แพทย์ประเมินครับ แต่อาการข้อเดียวก็ยังใช้วินิจฉัย OSA ไม่ได้ และยังบอกความรุนแรงไม่ได้
อาการที่อาจเห็นตอนกลางวัน
- ตื่นยาก ง่วงระหว่างวัน หรือเผลอหลับในเวลาที่ไม่ควรหลับ
- ซนขึ้น หงุดหงิดง่าย อารมณ์เปลี่ยน หรือควบคุมพฤติกรรมยากขึ้น
- สมาธิ ความจำ หรือผลการเรียนเปลี่ยนไป
- ปวดศีรษะหรือปากแห้งตอนเช้า
- การเจริญเติบโตหรือน้ำหนักผิดปกติ67
อาการตอนกลางวันเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงอย่าใช้พฤติกรรมหรือผลการเรียนอย่างเดียวสรุปว่าเด็กมี OSA ควรดูสาเหตุอื่นประกอบด้วย
สิ่งที่ควรจดก่อนพาลูกไปพบแพทย์
ก่อนพาลูกไปพบแพทย์ ลองจดอาการไว้ครับ เพราะหลายอย่างเกิดขึ้นตอนลูกหลับ สิ่งที่จดได้มีดังนี้
- ลูกกรนกี่คืนต่อสัปดาห์ และเป็นมานานแค่ไหน
- กรนดังตลอดหรือเป็นเฉพาะตอนเป็นหวัดหรือมีภูมิแพ้
- มีหายใจสะดุด สะดุ้งเฮือก อกบุ๋ม หรือท่านอนแปลก ๆ หรือไม่
- กลางวันง่วง พฤติกรรม สมาธิ หรือการเรียนเปลี่ยนไปอย่างไร
- มีภูมิแพ้ ใช้ยาอะไร น้ำหนักเปลี่ยน มีโรคประจำตัว หรือเคยรักษาอะไรมาก่อนหรือไม่
ถ้าปลอดภัยและไม่รบกวนลูก อาจถ่ายวิดีโอสั้น ๆ ให้เห็นท่าหายใจและการขยับหน้าอกได้ คลิปช่วยให้แพทย์เข้าใจเหตุการณ์ที่บ้าน แต่ใช้ยืนยัน OSA หรือแทนการตรวจการนอนหลับไม่ได้3
เมื่อไรควรพาเด็กนอนกรนไปพบแพทย์
ควรนัดพาลูกไปพบแพทย์ถ้ากรนบ่อยหรือกรนดัง และมีหายใจสะดุด สะดุ้งเฮือก หายใจแรง หายใจทางปากมาก นอนดิ้น หรือกลางวันมีพฤติกรรม สมาธิ การตื่น หรือการเจริญเติบโตเปลี่ยนไป1
ถ้าเด็กมีโรคอ้วน ดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) ความผิดปกติของกะโหลกใบหน้า หรือโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ แพทย์จะดูโรคร่วมด้วย เพราะเด็กกลุ่มนี้อาจต้องใช้แนวทางต่างจากเด็กทั่วไป47 ถ้าเคยรักษาแล้วแต่ยังกรนหรืออาการกลับมา ควรกลับไปให้ทีมรักษาประเมิน ไม่ควรสรุปเองว่ารักษาไม่ได้ผลหรือปล่อยไว้
ภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรรอ
หากเด็กหยุดหายใจ หายใจลำบากมาก หรือริมฝีปากหรือผิวหนังมีสีเขียวคล้ำ เทา หรือซีดผิดปกติ ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที⁹¹⁰¹¹
แพทย์จะตรวจอะไรบ้าง
แพทย์จะเริ่มจากถามอาการที่บ้าน แล้วตรวจจมูก ช่องปาก ต่อมทอนซิล การหายใจ โครงสร้างใบหน้า การเจริญเติบโต และโรคร่วม บางคนอาจต้องพบกุมารแพทย์ แพทย์ด้านการนอนหลับ แพทย์หู คอ จมูก หรือทีมแพทย์หลายสาขา
การซักประวัติและตรวจร่างกายช่วยได้มาก แต่ยังแยกกรนทั่วไปออกจาก OSA หรือบอกความรุนแรงได้ไม่แม่นยำในเด็กทุกคน13 ถ้าแพทย์สงสัย OSA มักพิจารณาตรวจการนอนหลับแบบ polysomnography หรือ PSG หากเข้าถึง PSG ไม่ได้ แพทย์อาจเลือกการตรวจอื่นที่เหมาะสมหรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ13
PSG คืออะไร
PSG คือการตรวจการนอนหลับตลอดคืน ทีมตรวจจะบันทึกการหายใจ การไหลของอากาศ การขยับหน้าอก ระดับออกซิเจน ชีพจร และช่วงการนอน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ดูว่ามีการอุดกั้นหรือไม่ รุนแรงแค่ไหน และควรดูแลต่ออย่างไร
AASM ระบุว่า PSG ตลอดคืนที่มีเจ้าหน้าที่ติดตามเป็นมาตรฐานสำหรับวินิจฉัย OSA ในเด็ก และอาจใช้ในบางกรณี เช่น ปรับแรงดัน PAP หรือติดตามเด็กบางกลุ่มหลังรักษา3
Home Sleep Test ใช้แทน PSG ในเด็กได้ไหม
AASM ระบุว่าไม่แนะนำ Home Sleep Apnea Test แบบมาตรฐานสำหรับผู้ใหญ่ มาใช้วินิจฉัย OSA ในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะข้อมูลที่ตรวจได้ยังไม่เพียงพอสำหรับใช้แบบผู้ใหญ่2
ไม่ควรซื้ออุปกรณ์หรือเลือกการตรวจเองจากโฆษณาครับ หากสงสัย OSA ให้แพทย์ประเมินและเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสม สำหรับการวินิจฉัยเด็ก แนวทางที่อ้างถึงในบทความนี้ใช้ PSG ตลอดคืน13
การรักษามีอะไรบ้าง
การรักษาไม่มีสูตรเดียวครับ แพทย์จะดูว่าเป็นแค่กรนหรือมี OSA ด้วย อุดกั้นตรงไหน อาการมากแค่ไหน อายุเท่าไร และมีโรคร่วมอะไร แล้วเลือกวิธีที่เหมาะกับเด็กคนนั้น145
ถ้ามีโรคร่วม แพทย์อาจให้ยาตามสาเหตุ แต่แพทย์ต้องเป็นผู้กำหนดชนิดยา ระยะเวลา และการติดตาม ไม่มียาแก้กรนสูตรทั่วไป และไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะ ยาภูมิแพ้ หรือยาอื่นมาใช้รักษา OSA เองครับ1
ตัวอย่างต่อไปนี้ช่วยให้เห็นภาพว่าแพทย์อาจพิจารณาอะไรบ้าง ไม่ใช่รายการให้เลือกทำเองครับ
ดูแลจมูก โรคร่วม และน้ำหนัก
หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง7 ดูแลอาการคัดจมูกหรือภูมิแพ้ตามคำแนะนำของแพทย์ ถ้ามีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ให้ดูแลเรื่องน้ำหนักร่วมกับทีมสุขภาพ การดูแลน้ำหนักเป็นส่วนเสริมและไม่ควรทำให้ชะลอการตรวจหรือรักษา OSA ที่จำเป็น1
ผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์
ถ้าตรวจพบ OSA และต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์โต แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเมื่อเห็นว่าเหมาะสม เด็กบางคนยังมี OSA หลังผ่าตัดได้45
CPAP สำหรับเด็กบางคน
เด็กบางคนอาจใช้ CPAP ได้ ทีมที่มีประสบการณ์จะช่วยเลือกหน้ากาก ตั้งแรงดัน และติดตามผล ไม่ควรซื้อเครื่องหรือปรับแรงดันเอง135
ถ้ารักษาแล้วลูกยังกรน ควรทำอย่างไร
ถ้าหลังการรักษาแล้วลูกยังกรน หายใจสะดุด หรือตอนกลางวันมีอาการ เช่น ตื่นยาก ง่วงผิดปกติ ซนหรือหงุดหงิดมากขึ้น สมาธิลดลง หรือผลการเรียนเปลี่ยนไป อย่าเพิ่งสรุปว่าการรักษาไม่ได้ผลหรือปล่อยไว้เองครับ ควรนำอาการกลับไปคุยกับทีมรักษาเพื่อดูว่าต้องติดตามหรือตรวจอะไรเพิ่ม167
ทีมรักษาอาจทบทวนอาการ ผลตรวจเดิม การใช้การรักษา ปัจจัยเสี่ยง และตำแหน่งที่อาจอุดกั้น จากนั้นแพทย์จะเลือกว่าจะติดตามหรือตรวจเพิ่มอย่างไรให้เหมาะกับเด็กคนนั้น อาจรวมถึงการตรวจการนอนหลับ1 ไม่ควรปรับยา เครื่อง หรือแรงดันเองครับ1
ถ้าอาการเกิดหลังผ่าตัด ให้ดูหัวข้อ “อาการยังอยู่หลังผ่าตัดควรทำอย่างไร” ด้านล่าง ซึ่งเป็นคำแนะนำเฉพาะกรณีครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเด็กนอนกรน
เด็กนอนกรนเป็นเรื่องปกติไหม
เด็กอาจกรนเป็นบางครั้งตอนเป็นหวัดหรือคัดจมูกได้ แต่ถ้ากรนบ่อย กรนดัง มีหายใจสะดุด หายใจแรง หรือมีอาการตอนกลางวันร่วมด้วย ควรพาไปให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรรอว่าโตแล้วจะหายเอง6
เด็กนอนกรนทุกคนเป็น OSA หรือไม่
ไม่ใช่ครับ เสียงกรนเป็นเพียงสัญญาณให้สังเกตต่อ ยังยืนยันไม่ได้ว่าเด็กมี OSA การวินิจฉัยต้องใช้ประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม13
ถ่ายวิดีโอตอนลูกหลับช่วยแพทย์ได้ไหม
คลิปสั้น ๆ ที่เห็นท่าหายใจ หน้าอก และช่วงที่สงสัยว่าหายใจสะดุด อาจช่วยให้แพทย์เข้าใจสิ่งที่เกิดที่บ้านได้ แต่คลิปบอกความรุนแรงไม่ได้ และใช้แทนการตรวจการนอนหลับแบบ polysomnography หรือ PSG ไม่ได้3
ตรวจที่บ้านแทน PSG ได้ไหม
AASM ระบุว่าไม่แนะนำ Home Sleep Apnea Test แบบมาตรฐานสำหรับผู้ใหญ่ มาใช้วินิจฉัย OSA ในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี2 แพทย์จะเลือกวิธีตรวจตามอายุ ความเสี่ยง และความพร้อมของสถานพยาบาลหรือทีมที่ดูแลเด็ก
ผ่าตัดแล้วหายทุกคนหรือไม่
ไม่ใช่ครับ การผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ช่วยเด็กที่เหมาะกับการผ่าตัดได้ แต่ OSA อาจยังอยู่หรือกลับมาได้ จึงควรติดตามอาการและตรวจซ้ำเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น45
เด็กใช้ CPAP ได้ไหม
เด็กบางคนใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกต่อเนื่อง หรือ CPAP ได้ เช่น เด็กที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดหรือยังมี OSA หลังผ่าตัด แต่ต้องให้ทีมที่มีประสบการณ์ด้านเด็กช่วยเลือกหน้ากาก ตั้งแรงดัน และติดตามผล15
อาการยังอยู่หลังผ่าตัดควรทำอย่างไร
ถ้าลูกยังมีอาการของ OSA หลังผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ ให้ติดต่อทีมรักษาเพื่อดูแลต่อในกรณีหลังผ่าตัด แพทย์จะดูอาการ ปัจจัยเสี่ยง และผลตรวจที่เหมาะสม เพราะเด็กบางคนยังมี OSA หลังผ่าตัด5 ถ้ายังตรวจพบ OSA ทีมรักษาอาจพิจารณาตรวจซ้ำ ใช้ CPAP หรือประเมินตำแหน่งอุดกั้นเพิ่มเติมตามสาเหตุ ไม่ควรซื้ออุปกรณ์หรือเปลี่ยนการรักษาเองครับ5
สรุป: ถ้าลูกกรน ควรทำอย่างไรต่อ
เด็กกรนไม่ได้แปลว่าเป็น OSA ทุกคนครับ แต่ถ้ากรนบ่อย มีหายใจสะดุด หายใจแรง หรือกลางวันพฤติกรรมและความตื่นตัวเปลี่ยน ควรพาไปให้แพทย์ประเมิน ถ้าแพทย์สงสัย OSA มักพิจารณาตรวจ PSG ตลอดคืน และไม่ควรใช้ Home Sleep Apnea Test แบบมาตรฐานสำหรับผู้ใหญ่แทนการตรวจเด็กโดยอัตโนมัติ23
การรักษาอาจเริ่มจากดูแลปัจจัยที่ทำให้อาการแย่ลง รักษาภูมิแพ้ ผ่าตัด หรือใช้ CPAP ตามสาเหตุและความเหมาะสม เด็กที่ยังมีอาการหลังรักษาควรกลับไปติดตาม ไม่ควรปรับยา เครื่อง หรือแรงดันเอง145
ถ้ากำลังหาสถานพยาบาลเพื่อตรวจการนอนหลับ ลองถามก่อนว่ามีทีมและระบบตรวจสำหรับเด็กหรือไม่ เพราะแต่ละแห่งให้บริการไม่เหมือนกัน
เนื้อหานี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ หากสงสัยว่าลูกมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษากุมารแพทย์ แพทย์ด้านการนอนหลับ หรือแพทย์หู คอ จมูกที่ดูแลเด็ก
แหล่งอ้างอิง
- American Academy of Pediatrics (AAP), 2012: Diagnosis and Management of Childhood Obstructive Sleep Apnea Syndrome – เอกสารแนวทางปี 2012 ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ และไม่ควรตีความว่าเป็นแนวทางปัจจุบันโดยอัตโนมัติ Official AAP full text
- American Academy of Sleep Medicine: Home Sleep Apnea Test for the Diagnosis of OSA in Children
- American Academy of Sleep Medicine: Respiratory Indications for Polysomnography in Children
- AAO-HNSF: Tonsillectomy in Children – Updated Guideline
- American Thoracic Society: Persistent Post-adenotonsillectomy OSA in Children
- American Academy of Pediatrics – HealthyChildren.org: Sleep Apnea in Children
- National Heart, Lung, and Blood Institute: Sleep Apnea in Children
- National Cancer Institute: Anatomy of the throat
- American Academy of Pediatrics – HealthyChildren.org: When Your Child Needs Emergency Medical Services
- American Academy of Pediatrics – HealthyChildren.org: When to Call Emergency Medical Services (EMS) for Your Child
- healthdirect Australia: Symptoms of serious illness in babies and children


