Sleep Test ประกันสังคม: สิทธิและขั้นตอนตามเกณฑ์ใหม่ปี 2569
อัปเดตล่าสุด:
หากคุณเป็นผู้ประกันตนและสงสัยว่าตนเองมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คุณอาจใช้สิทธิตรวจการนอนหลับหรือ Sleep Test ได้เมื่อแพทย์ประเมินแล้วเข้าเกณฑ์ วิธีที่ตรวจสอบง่ายที่สุดคือเริ่มติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิ
ประกาศของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ฉบับปัจจุบันลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 และมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 กำหนดอัตราค่าตรวจชนิดที่ 1 ตามจริงไม่เกิน 7,000 บาท และชนิดที่ 2 ตามจริงไม่เกิน 6,000 บาท พร้อมกำหนดแนวทางประเมินก่อนส่งตรวจอย่างชัดเจนขึ้น1
สิ่งที่ควรทำก่อน: ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิ แจ้งอาการที่เกิดขึ้นจริง และให้แพทย์ประเมินก่อนนัดตรวจ หากยังไม่แน่ใจว่าสถานพยาบาลตามสิทธิของคุณอยู่ที่ใด หรือมีคำถามเฉพาะกรณี ให้ตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมหรือสายด่วน 15065

Sleep Test ประกันสังคมเบิกได้ไหม
วิธีที่ตรวจสอบง่ายที่สุดคือ ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิและให้แพทย์ประเมินว่ามีเหตุผลทางการแพทย์ให้ส่งตรวจหรือไม่
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 หน้าสิทธิประโยชน์ของ สปส. ระบุว่า เมื่อเข้ารักษาที่สถานพยาบาลตามสิทธิ ผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย3
หากไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ ยังมีกรณีใช้สถานพยาบาลอื่นได้ แต่สถานพยาบาลต้องเข้าเงื่อนไขคือ 1) สามารถตรวจและรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับได้ 2) ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนของสำนักงานประกันสังคมสำหรับบริการกรณีนี้ และเป็นผู้ส่งข้อมูลขอเบิกค่าบริการไปยังสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้หากค่าบริการสูงกว่าอัตราที่กำหนด ผู้ประกันตนจะรับผิดชอบเฉพาะส่วนที่เกิน1
แต่ทั้งนี้ คำว่า “เบิกได้” ไม่ได้หมายความว่า:
- ❌ ผู้ประกันตนทุกคนจะขอตรวจได้ทันที
- ❌ เลือกตรวจที่โรงพยาบาลหรือคลินิกใดก็ได้
- ❌ สำรองจ่ายเองแล้วนำใบเสร็จไปเบิกคืนได้เสมอ
- ❌ ตรวจแล้วจะได้รับเครื่อง PAP ทันที
- ❌ ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินในทุกสถานการณ์
ดังนั้นก่อนรับบริการควรถามให้ชัดว่าการตรวจนี้ใช้สิทธิประกันสังคมหรือไม่ และมีบริการนอกสิทธิหรือบริการเสริมที่ต้องจ่ายเองหรือไม่
ใครบ้างที่มีสิทธิเบิก
คำเรียกผู้ประกันตนแต่ละมาตราหมายถึงคนละกลุ่ม:
- มาตรา 33: ลูกจ้างที่ยังทำงานกับนายจ้างและส่งเงินสมทบผ่านสถานประกอบการ6
- มาตรา 39: ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้วออกจากงาน แต่สมัครส่งเงินสมทบต่อด้วยตนเอง6
- มาตรา 40: ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่สมัครประกันสังคมด้วยตนเอง7 โดยสิทธิรักษาพยาบาลใช้บัตรทองหรือสิทธิรักษาเดิม ไม่ได้ใช้สิทธิรักษาพยาบาลแบบเดียวกับมาตรา 33 และ 394
สำหรับมาตรา 33 และ 39 เงื่อนไขทั่วไปของสิทธิกรณีเจ็บป่วยคือต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่รับบริการ3 ก่อนนัดตรวจ ให้เช็กว่าคุณยังมีสถานะผู้ประกันตนและโรงพยาบาลตามสิทธิเป็นแห่งใด หากไม่แน่ใจ ให้โทรสอบถามสายด่วน 1506
เช็กอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง
ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการหรือข้อมูลที่ทำให้สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เช่น
- นอนกรนดังเป็นประจำ
- มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจหรือสะดุ้งเฮือกระหว่างหลับ
- ง่วงมากผิดปกติระหว่างวัน
- ตื่นมาไม่สดชื่น
- มีโรคหรือปัจจัยสุขภาพที่แพทย์เห็นว่าควรประเมินร่วม2
รายการนี้ใช้เพื่อช่วยเตรียมข้อมูลคุยกับแพทย์ ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัย และไม่ได้ยืนยันว่าคุณจะเข้าเกณฑ์ใช้สิทธิ Sleep Test2
เกณฑ์ก่อนส่งตรวจตามประกาศใหม่
ประกาศที่มีผลวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ระบุแนวทางก่อนส่งตรวจไว้ว่า แพทย์ต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินความเสี่ยง โดยใช้คะแนน STOP-Bang ตั้งแต่ 5 คะแนนขึ้นไป เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญ1
หากคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว แพทย์เวชศาสตร์การนอนหลับยังพิจารณาส่งตรวจได้เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นทางการแพทย์1
ท่านสามารถทำแบบทดสอบ STOP-Bang ด้วยตนเองได้ แต่จะเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ได้2 ดังนั้นอย่าใช้แบบทดสอบออนไลน์นี้ตัดสินสิทธิด้วยตนเอง หรือสรุปว่า “คะแนนไม่ถึง 5 จึงตรวจไม่ได้แน่นอน”
สิ่งที่ควรเตรียมไปพบแพทย์
- รายละเอียดอาการและระยะเวลาที่เป็น
- ข้อมูลจากคนใกล้ชิดหรือสมาชิกในครอบครัวที่สังเกตอาการขณะคุณหลับ
- รายชื่อโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่
- ผลตรวจหรือเอกสารการรักษาเดิม หากมี
- คำถามเรื่องขั้นตอน คิวตรวจ และค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล
Sleep Test เบิกได้เท่าไร
ประกาศแบ่งการตรวจไว้ดังนี้1
- Sleep Test ชนิดที่ 1: มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามตลอดคืนขณะตรวจ จ่ายตามจริงไม่เกิน 7,000 บาท
- Sleep Test ชนิดที่ 2: ตรวจวัดเหมือนชนิดที่ 1 แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขณะตรวจ จ่ายตามจริงไม่เกิน 6,000 บาท
คำว่า “จ่ายตามจริงไม่เกิน” เป็นอัตราที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดสำหรับบริการตามประกาศ ไม่ใช่เงินสดหรือวงเงินส่วนตัวที่ผู้ประกันตนนำไปซื้อบริการจากที่ใดก็ได้
ให้แพทย์และสถานพยาบาลเลือกชนิดการตรวจตามเหตุผลทางการแพทย์และขั้นตอนของโรงพยาบาล ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
ข้อควรระวัง: คำว่า “ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขณะตรวจ” ไม่ได้แปลว่าผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธินำอุปกรณ์กลับไปตรวจเองที่บ้าน หากโรงพยาบาลนัดให้ตรวจนอกห้องตรวจการนอนหลับหรือให้รับอุปกรณ์กลับบ้าน ควรถามตรง ๆ ว่าการตรวจนั้นใช้สิทธิประกันสังคมเป็นชนิดใด และมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเองหรือไม่1
ขั้นตอนใช้สิทธิ Sleep Test ประกันสังคม
1. ตรวจสอบสถานพยาบาลตามสิทธิ
เริ่มจากสถานพยาบาลที่คุณเลือกไว้กับประกันสังคม หากไม่แน่ใจ ให้ตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมหรือโทร 1506
2. นัดพบแพทย์และเล่าอาการตามจริง
แจ้งอาการที่เกิดขึ้น ความถี่ ระยะเวลา โรคประจำตัว และข้อมูลที่คนใกล้ชิดสังเกตเห็น แพทย์อาจใช้ STOP-Bang ร่วมกับประวัติและการตรวจร่างกาย1
3. ให้แพทย์ประเมินว่าควรส่งตรวจหรือไม่
หากเข้าเกณฑ์หรือแพทย์เวชศาสตร์การนอนหลับเห็นว่ามีความจำเป็น แพทย์จะพิจารณาส่งตรวจตามขั้นตอนของสถานพยาบาล1
4. สอบถามชนิดการตรวจและสถานที่ตรวจ
ถามว่าเป็นการตรวจชนิดใด ต้องเตรียมตัวอย่างไร ตรวจที่สถานพยาบาลตามสิทธิหรือถูกส่งต่อไปที่ใด และมีค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเองหรือไม่
5. รับการตรวจและติดตามผลกับแพทย์
หลังตรวจ ควรนัดฟังผลกับแพทย์ การวินิจฉัยควรอาศัยการประเมินการนอนหลับอย่างครบถ้วนร่วมกับผลตรวจและการติดตามที่เหมาะสม ไม่ควรใช้แบบคัดกรองหรืออ่านตัวเลขเพียงค่าเดียวเพื่อตัดสินโรคด้วยตนเอง2
ถ้ามีผล Sleep Test จากเอกชนอยู่แล้ว ใช้ได้ไหม
ยังตอบเหมารวมไม่ได้ว่าใช้ได้ทุกแห่งหรือทุกกรณี
ให้นำรายงานผลฉบับเต็มและเอกสารจากสถานพยาบาลเดิมไปให้แพทย์ที่สถานพยาบาลตามสิทธิประเมิน แล้วถามโรงพยาบาลโดยตรงว่ารับพิจารณาผลเดิมตามเกณฑ์ใด ต้องใช้เอกสารอะไร และจำเป็นต้องตรวจใหม่หรือไม่ เพราะประกาศไม่ได้ระบุคำตอบเดียวสำหรับทุกกรณี
ไม่ควรทำ: จ่ายเงินตรวจเองโดยคาดว่าจะเบิกย้อนหลังได้แน่นอน ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือสอบถามสถานพยาบาลตามสิทธิก่อน
ผลตรวจเข้าเกณฑ์แล้ว จะได้รับเครื่อง PAP ทันทีหรือไม่
ไม่ทันที เพราะสิทธิการตรวจ Sleep Test และสิทธิรับเครื่อง PAP เป็นคนละขั้นตอน
หลังแพทย์แปลผลแล้ว ยังต้องประเมินเกณฑ์รับเครื่อง PAP แยกต่างหาก1 อ่านรายละเอียดเรื่อง AHI และขั้นตอนรับเครื่องได้ที่ คู่มือเบิกเครื่อง CPAP/PAP ประกันสังคม
ผู้ที่ได้รับอนุมัติสิทธิเครื่อง PAP และ/หรือหน้ากากตามประกาศเดิมก่อนเกณฑ์ใหม่มีผล ยังได้รับสิทธินั้นต่อไปจนครบตามสิทธิ1 หากเป็นกรณีนี้ ให้นำหลักฐานการอนุมัติไปให้สถานพยาบาลตรวจสอบ รายละเอียดอื่นให้ดูในคู่มือ PAP ข้างต้นหรือสอบถามสายด่วน 1506
ค่าใช้จ่ายที่ควรถามโรงพยาบาลก่อนตรวจ
| กรณี | ใครประสานหรือส่งข้อมูลขอเบิก | ค่าใช้จ่ายที่หลักฐานระบุ | สิ่งที่ควรถามก่อนนัด |
|---|---|---|---|
| ใช้สิทธิผ่านโรงพยาบาลตามสิทธิ | โรงพยาบาลตามสิทธิ | หน้าสิทธิประโยชน์ของ สปส. ระบุว่าผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย3 | ควรถามให้ชัดว่านัดตรวจและบริการที่โรงพยาบาลเสนออยู่ในสิทธิทั้งหมดหรือไม่ และมีบริการเสริมหรือรายการนอกสิทธิหรือไม่ |
| โรงพยาบาลตามสิทธิส่งต่อไปสถานพยาบาลอื่น | โรงพยาบาลตามสิทธิจะเป็นผู้ประสาน จ่ายค่าบริการให้สถานพยาบาลที่รับส่งต่อ และเบิกกับ สปส. ตามเกณฑ์ | ประกาศไม่ได้ระบุว่าผู้ประกันตนต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่1 | ควรถามโรงพยาบาลตามสิทธิก่อนยืนยันนัด |
| ไปสถานพยาบาลอื่นโดยไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ | สถานพยาบาลเป็นผู้ส่งข้อมูลขอเบิกค่าบริการไปยัง สปส. | หากค่าบริการสูงกว่าอัตราที่กำหนด ผู้ประกันตนรับผิดชอบเฉพาะค่าบริการส่วนที่เกินอัตรา1 | สถานพยาบาลต้องตรงตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
การมีบริการ Sleep Test เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าสถานพยาบาลนั้นใช้สิทธิประกันสังคมได้ และไม่ใช่การที่ผู้ประกันตนจ่ายทั้งหมดแล้วนำใบเสร็จไปเบิกเองภายหลัง1 |
ก่อนยืนยันนัดควรถามอะไรบ้าง
- การตรวจครั้งนี้อยู่ในสิทธิประกันสังคมหรือไม่
- เป็น Sleep Test ชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2
- ตรวจที่สถานพยาบาลตามสิทธิหรือมีการส่งต่อ
- มีบริการใดที่อยู่นอกสิทธิหรือเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมหรือไม่
- หากมีส่วนเกิน จำนวนเท่าไรและเกิดจากรายการใด
- ต้องสำรองจ่ายหรือไม่ และถ้าต้องจ่าย ใช้เอกสารอะไร
- ถ้ามีผลตรวจจากที่อื่น โรงพยาบาลรับพิจารณาหรือไม่
- คิวตรวจและคิวฟังผลปัจจุบันประมาณเท่าไร
คำถามที่พบบ่อย
ประกันสังคมตรวจ Sleep Test ฟรีหรือไม่
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ที่รับบริการผ่านโรงพยาบาลตามสิทธิ หน้าสิทธิประโยชน์ของ สปส. ระบุว่าผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย3 แต่ต้องให้โรงพยาบาลยืนยันก่อนว่านัดตรวจนั้นใช้สิทธิและไม่มีบริการนอกสิทธิหรือบริการเสริม หากไปใช้บริการที่สถานพยาบาลอื่นโดยไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ ผู้ประกันตนต้องจ่ายส่วนที่สูงกว่าอัตราที่ประกาศกำหนด1
อัตรา 7,000 และ 6,000 บาทเป็นเพดานที่ สปส. จ่าย ไม่ใช่กฎว่าผู้ประกันตนต้องจ่ายส่วนต่างทุกกรณี ประกาศระบุให้ผู้ประกันตนรับผิดชอบส่วนที่เกินอัตราไว้อย่างชัดเจนเฉพาะกรณีที่ไปตรวจที่สถานพยาบาลอื่นโดยไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ1 สำหรับกรณีที่ไปตรวจที่สถานพยาบาลอื่นโดยโรงพยาบาลตามสิทธิเป็นผู้ส่งต่อ ควรถามโรงพยาบาลตามสิทธิก่อนยืนยันนัด เพราะประกาศไม่ได้ระบุว่าผู้ประกันตนต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่
ขอทำ Sleep Test ได้เลยโดยไม่ต้องพบแพทย์ได้หรือไม่
ไม่ได้ การตรวจ Sleep Test ในเส้นทางสิทธิที่ประกาศกำหนด ต้องผ่านการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการประเมินของแพทย์ก่อน1
STOP-Bang ไม่ถึง 5 หมดสิทธิหรือไม่
อย่าเพิ่งสรุปว่าหมดสิทธิ แพทย์เวชศาสตร์การนอนหลับยังพิจารณาส่งตรวจได้เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นทางการแพทย์1
Sleep Test ประกันสังคมตรวจที่โรงพยาบาลไหนได้บ้าง และเบิกย้อนหลังได้ไหม
เริ่มที่โรงพยาบาลตามสิทธิของคุณ แล้วถามว่าโรงพยาบาลจะจัดตรวจเองหรือส่งต่อไปที่ใด ไม่ควรจองและจ่ายค่าตรวจเองโดยคาดว่าจะนำใบเสร็จมาเบิกย้อนหลังได้ เพราะประกาศไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกันตนนำใบเสร็จไปเบิกเอง หากคุณไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิและต้องการไปตรวจที่สถานพยาบาลอื่น สถานพยาบาลนั้นต้องเข้าเงื่อนไขคือ 1) ตรวจและรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับได้ 2) ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนของ สปส. สำหรับบริการกรณีนี้ และเป็นผู้ส่งข้อมูลขอเบิกค่าบริการไปยัง สปส. ซึ่งในกรณีนี้หากค่าบริการสูงกว่าอัตราที่กำหนด ผู้ประกันตนรับผิดชอบเฉพาะส่วนที่เกิน1
เลือก Sleep Test ชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2 เองได้ไหม
ให้แพทย์และสถานพยาบาลเลือกชนิดการตรวจตามเหตุผลทางการแพทย์ ไม่ควรเลือกจากราคา ความสะดวก หรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว
ต้องรอคิวนานเท่าไร
ยังระบุเป็นเวลาตายตัวไม่ได้ คิวขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล ความพร้อมของห้องตรวจ และเส้นทางส่งต่อ ให้ถามโรงพยาบาลในวันที่นัดหมาย
มีผลตรวจแล้วต้องตรวจซ้ำหรือไม่
ขึ้นอยู่กับการประเมินของสถานพยาบาลตามสิทธิ ควรนำรายงานฉบับเต็มไปให้แพทย์ตรวจสอบก่อน ไม่ควรสรุปเองว่าผลเดิมใช้ได้หรือใช้ไม่ได้
สรุป
สิทธิ Sleep Test ประกันสังคมตามเกณฑ์ใหม่ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกแพ็กเกจตรวจแล้วนำใบเสร็จมาเบิกได้เอง วิธีที่ตรวจสอบง่ายที่สุดคือ ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิและรับการประเมินจากแพทย์ หากไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ สถานพยาบาลอื่นที่ไปใช้บริการต้องตรวจและรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับได้ ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง มีชื่ออยู่ในทะเบียนของ สปส. สำหรับบริการกรณีนี้ และเป็นผู้ส่งข้อมูลขอเบิกค่าบริการไปยัง สปส. หากค่าบริการสูงกว่าอัตราที่กำหนด ผู้ประกันตนรับผิดชอบเฉพาะค่าบริการส่วนที่เกินอัตรานั้น อัตราที่กำหนดคือชนิดที่ 1 ตามจริงไม่เกิน 7,000 บาท และชนิดที่ 2 ตามจริงไม่เกิน 6,000 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 25691
ขั้นตอนที่ปลอดภัยที่สุดคือ เตรียมข้อมูลอาการ ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิ ถามค่าใช้จ่ายก่อนรับบริการ และไม่สำรองจ่ายโดยคาดว่าจะเบิกย้อนหลังได้แน่นอน หากเป็นกรณีเฉพาะหรือได้รับคำตอบไม่ตรงกัน ให้ยืนยันกับสำนักงานประกันสังคมหรือสายด่วน 1506
แหล่งอ้างอิง
1 สำนักงานประกันสังคม. ประกาศหลักเกณฑ์และอัตรา กรณีผู้ประกันตนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 มีผลใช้บังคับ 30 กรกฎาคม 2569 (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)
2 Kapur VK, Auckley DH, Chowdhuri S, et al. Clinical Practice Guideline for Diagnostic Testing for Adult Obstructive Sleep Apnea. Journal of Clinical Sleep Medicine. 2017;13(3):479–504. American Academy of Sleep Medicine (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)
3 สำนักงานประกันสังคม. สิทธิประโยชน์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน เงื่อนไขการเกิดสิทธิและการรับบริการในสถานพยาบาลตามสิทธิ (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)
4 สำนักงานประกันสังคม. สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการเกิดสิทธิขอรับประโยชน์ทดแทนมาตรา 40 ระบุว่าสิทธิการรักษาใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ บัตรทอง หรือสิทธิเดิมที่มีอยู่ (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)
5 สำนักงานประกันสังคม. ข้อมูลการติดต่อ ระบุหมายเลขติดต่อ 1506 (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)
6 กระทรวงแรงงาน. สิทธิของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ระบุว่ามาตรา 33 เป็นลูกจ้าง และผู้ที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้างอาจสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ตามเงื่อนไข (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)
7 กระทรวงแรงงาน. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขผู้ประกันตนมาตรา 40 อธิบายว่ามาตรา 40 เป็นผู้ประกันตนโดยอิสระซึ่งไม่ใช่ลูกจ้างมาตรา 33 หรือผู้ประกันตนมาตรา 39 (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)


