Sleep Test ประกันสังคม: สิทธิและขั้นตอนตามเกณฑ์ใหม่ปี 2569

อัปเดตล่าสุด:

ขั้นตอนใช้สิทธิ์ประกันสังคมตรวจ Sleep Test

หากคุณเป็นผู้ประกันตนและสงสัยว่าตนเองมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คุณอาจใช้สิทธิตรวจการนอนหลับหรือ Sleep Test ได้เมื่อแพทย์ประเมินแล้วเข้าเกณฑ์ วิธีที่ตรวจสอบง่ายที่สุดคือเริ่มติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิ

ประกาศของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ฉบับปัจจุบันลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 และมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 กำหนดอัตราค่าตรวจชนิดที่ 1 ตามจริงไม่เกิน 7,000 บาท และชนิดที่ 2 ตามจริงไม่เกิน 6,000 บาท พร้อมกำหนดแนวทางประเมินก่อนส่งตรวจอย่างชัดเจนขึ้น1

สิ่งที่ควรทำก่อน: ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิ แจ้งอาการที่เกิดขึ้นจริง และให้แพทย์ประเมินก่อนนัดตรวจ หากยังไม่แน่ใจว่าสถานพยาบาลตามสิทธิของคุณอยู่ที่ใด หรือมีคำถามเฉพาะกรณี ให้ตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมหรือสายด่วน 15065

ขั้นตอนการใช้สิทธิ Sleep Test คือ เช็กโรงพยาบาลตามสิทธิ นัดพบแพทย์และบอกอาการตามจริง ให้แพทย์ประเมินว่าจำเป็นต้องตรวจหรือไม่ หากแพทย์เห็นว่าจำเป็น โรงพยาบาลจะนัดตรวจตามขั้นตอน หากไปตรวจที่สถานพยาบาลอื่นโดยไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ สถานพยาบาลนั้นต้องเข้าเงื่อนไขและเป็นผู้ส่งข้อมูลขอเบิกกับ สปส. ไม่ใช่ผู้ประกันตน
เริ่มใช้สิทธิด้วยการเช็กโรงพยาบาลตามสิทธิ และให้แพทย์ประเมินก่อนนัดตรวจ

Sleep Test ประกันสังคมเบิกได้ไหม

วิธีที่ตรวจสอบง่ายที่สุดคือ ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิและให้แพทย์ประเมินว่ามีเหตุผลทางการแพทย์ให้ส่งตรวจหรือไม่

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 หน้าสิทธิประโยชน์ของ สปส. ระบุว่า เมื่อเข้ารักษาที่สถานพยาบาลตามสิทธิ ผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย3

หากไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ ยังมีกรณีใช้สถานพยาบาลอื่นได้ แต่สถานพยาบาลต้องเข้าเงื่อนไขคือ 1) สามารถตรวจและรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับได้ 2) ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนของสำนักงานประกันสังคมสำหรับบริการกรณีนี้ และเป็นผู้ส่งข้อมูลขอเบิกค่าบริการไปยังสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้หากค่าบริการสูงกว่าอัตราที่กำหนด ผู้ประกันตนจะรับผิดชอบเฉพาะส่วนที่เกิน1

แต่ทั้งนี้ คำว่า “เบิกได้” ไม่ได้หมายความว่า:

  • ❌ ผู้ประกันตนทุกคนจะขอตรวจได้ทันที
  • ❌ เลือกตรวจที่โรงพยาบาลหรือคลินิกใดก็ได้
  • ❌ สำรองจ่ายเองแล้วนำใบเสร็จไปเบิกคืนได้เสมอ
  • ❌ ตรวจแล้วจะได้รับเครื่อง PAP ทันที
  • ❌ ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินในทุกสถานการณ์

ดังนั้นก่อนรับบริการควรถามให้ชัดว่าการตรวจนี้ใช้สิทธิประกันสังคมหรือไม่ และมีบริการนอกสิทธิหรือบริการเสริมที่ต้องจ่ายเองหรือไม่

ใครบ้างที่มีสิทธิเบิก

คำเรียกผู้ประกันตนแต่ละมาตราหมายถึงคนละกลุ่ม:

  • มาตรา 33: ลูกจ้างที่ยังทำงานกับนายจ้างและส่งเงินสมทบผ่านสถานประกอบการ6
  • มาตรา 39: ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้วออกจากงาน แต่สมัครส่งเงินสมทบต่อด้วยตนเอง6
  • มาตรา 40: ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่สมัครประกันสังคมด้วยตนเอง7 โดยสิทธิรักษาพยาบาลใช้บัตรทองหรือสิทธิรักษาเดิม ไม่ได้ใช้สิทธิรักษาพยาบาลแบบเดียวกับมาตรา 33 และ 394

สำหรับมาตรา 33 และ 39 เงื่อนไขทั่วไปของสิทธิกรณีเจ็บป่วยคือต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่รับบริการ3 ก่อนนัดตรวจ ให้เช็กว่าคุณยังมีสถานะผู้ประกันตนและโรงพยาบาลตามสิทธิเป็นแห่งใด หากไม่แน่ใจ ให้โทรสอบถามสายด่วน 1506

เช็กอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง

ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการหรือข้อมูลที่ทำให้สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เช่น

  • นอนกรนดังเป็นประจำ
  • มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจหรือสะดุ้งเฮือกระหว่างหลับ
  • ง่วงมากผิดปกติระหว่างวัน
  • ตื่นมาไม่สดชื่น
  • มีโรคหรือปัจจัยสุขภาพที่แพทย์เห็นว่าควรประเมินร่วม2

รายการนี้ใช้เพื่อช่วยเตรียมข้อมูลคุยกับแพทย์ ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัย และไม่ได้ยืนยันว่าคุณจะเข้าเกณฑ์ใช้สิทธิ Sleep Test2

เกณฑ์ก่อนส่งตรวจตามประกาศใหม่

ประกาศที่มีผลวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ระบุแนวทางก่อนส่งตรวจไว้ว่า แพทย์ต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินความเสี่ยง โดยใช้คะแนน STOP-Bang ตั้งแต่ 5 คะแนนขึ้นไป เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญ1

หากคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว แพทย์เวชศาสตร์การนอนหลับยังพิจารณาส่งตรวจได้เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นทางการแพทย์1

ท่านสามารถทำแบบทดสอบ STOP-Bang ด้วยตนเองได้ แต่จะเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ได้2 ดังนั้นอย่าใช้แบบทดสอบออนไลน์นี้ตัดสินสิทธิด้วยตนเอง หรือสรุปว่า “คะแนนไม่ถึง 5 จึงตรวจไม่ได้แน่นอน”

สิ่งที่ควรเตรียมไปพบแพทย์

  • รายละเอียดอาการและระยะเวลาที่เป็น
  • ข้อมูลจากคนใกล้ชิดหรือสมาชิกในครอบครัวที่สังเกตอาการขณะคุณหลับ
  • รายชื่อโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่
  • ผลตรวจหรือเอกสารการรักษาเดิม หากมี
  • คำถามเรื่องขั้นตอน คิวตรวจ และค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล

Sleep Test เบิกได้เท่าไร

ประกาศแบ่งการตรวจไว้ดังนี้1

  • Sleep Test ชนิดที่ 1: มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามตลอดคืนขณะตรวจ จ่ายตามจริงไม่เกิน 7,000 บาท
  • Sleep Test ชนิดที่ 2: ตรวจวัดเหมือนชนิดที่ 1 แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขณะตรวจ จ่ายตามจริงไม่เกิน 6,000 บาท

คำว่า “จ่ายตามจริงไม่เกิน” เป็นอัตราที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดสำหรับบริการตามประกาศ ไม่ใช่เงินสดหรือวงเงินส่วนตัวที่ผู้ประกันตนนำไปซื้อบริการจากที่ใดก็ได้

ให้แพทย์และสถานพยาบาลเลือกชนิดการตรวจตามเหตุผลทางการแพทย์และขั้นตอนของโรงพยาบาล ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

ข้อควรระวัง: คำว่า “ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขณะตรวจ” ไม่ได้แปลว่าผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธินำอุปกรณ์กลับไปตรวจเองที่บ้าน หากโรงพยาบาลนัดให้ตรวจนอกห้องตรวจการนอนหลับหรือให้รับอุปกรณ์กลับบ้าน ควรถามตรง ๆ ว่าการตรวจนั้นใช้สิทธิประกันสังคมเป็นชนิดใด และมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเองหรือไม่1

ขั้นตอนใช้สิทธิ Sleep Test ประกันสังคม

1. ตรวจสอบสถานพยาบาลตามสิทธิ

เริ่มจากสถานพยาบาลที่คุณเลือกไว้กับประกันสังคม หากไม่แน่ใจ ให้ตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมหรือโทร 1506

2. นัดพบแพทย์และเล่าอาการตามจริง

แจ้งอาการที่เกิดขึ้น ความถี่ ระยะเวลา โรคประจำตัว และข้อมูลที่คนใกล้ชิดสังเกตเห็น แพทย์อาจใช้ STOP-Bang ร่วมกับประวัติและการตรวจร่างกาย1

3. ให้แพทย์ประเมินว่าควรส่งตรวจหรือไม่

หากเข้าเกณฑ์หรือแพทย์เวชศาสตร์การนอนหลับเห็นว่ามีความจำเป็น แพทย์จะพิจารณาส่งตรวจตามขั้นตอนของสถานพยาบาล1

4. สอบถามชนิดการตรวจและสถานที่ตรวจ

ถามว่าเป็นการตรวจชนิดใด ต้องเตรียมตัวอย่างไร ตรวจที่สถานพยาบาลตามสิทธิหรือถูกส่งต่อไปที่ใด และมีค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเองหรือไม่

5. รับการตรวจและติดตามผลกับแพทย์

หลังตรวจ ควรนัดฟังผลกับแพทย์ การวินิจฉัยควรอาศัยการประเมินการนอนหลับอย่างครบถ้วนร่วมกับผลตรวจและการติดตามที่เหมาะสม ไม่ควรใช้แบบคัดกรองหรืออ่านตัวเลขเพียงค่าเดียวเพื่อตัดสินโรคด้วยตนเอง2

ถ้ามีผล Sleep Test จากเอกชนอยู่แล้ว ใช้ได้ไหม

ยังตอบเหมารวมไม่ได้ว่าใช้ได้ทุกแห่งหรือทุกกรณี

ให้นำรายงานผลฉบับเต็มและเอกสารจากสถานพยาบาลเดิมไปให้แพทย์ที่สถานพยาบาลตามสิทธิประเมิน แล้วถามโรงพยาบาลโดยตรงว่ารับพิจารณาผลเดิมตามเกณฑ์ใด ต้องใช้เอกสารอะไร และจำเป็นต้องตรวจใหม่หรือไม่ เพราะประกาศไม่ได้ระบุคำตอบเดียวสำหรับทุกกรณี

ไม่ควรทำ: จ่ายเงินตรวจเองโดยคาดว่าจะเบิกย้อนหลังได้แน่นอน ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือสอบถามสถานพยาบาลตามสิทธิก่อน

ผลตรวจเข้าเกณฑ์แล้ว จะได้รับเครื่อง PAP ทันทีหรือไม่

ไม่ทันที เพราะสิทธิการตรวจ Sleep Test และสิทธิรับเครื่อง PAP เป็นคนละขั้นตอน

หลังแพทย์แปลผลแล้ว ยังต้องประเมินเกณฑ์รับเครื่อง PAP แยกต่างหาก1 อ่านรายละเอียดเรื่อง AHI และขั้นตอนรับเครื่องได้ที่ คู่มือเบิกเครื่อง CPAP/PAP ประกันสังคม

ผู้ที่ได้รับอนุมัติสิทธิเครื่อง PAP และ/หรือหน้ากากตามประกาศเดิมก่อนเกณฑ์ใหม่มีผล ยังได้รับสิทธินั้นต่อไปจนครบตามสิทธิ1 หากเป็นกรณีนี้ ให้นำหลักฐานการอนุมัติไปให้สถานพยาบาลตรวจสอบ รายละเอียดอื่นให้ดูในคู่มือ PAP ข้างต้นหรือสอบถามสายด่วน 1506

ค่าใช้จ่ายที่ควรถามโรงพยาบาลก่อนตรวจ

ค่าใช้จ่ายและผู้ดำเนินการเบิกต่างกันตามเส้นทางที่ใช้ ควรดูให้ตรงกับกรณีของคุณก่อนยืนยันนัด
กรณี ใครประสานหรือส่งข้อมูลขอเบิก ค่าใช้จ่ายที่หลักฐานระบุ สิ่งที่ควรถามก่อนนัด
ใช้สิทธิผ่านโรงพยาบาลตามสิทธิ โรงพยาบาลตามสิทธิ หน้าสิทธิประโยชน์ของ สปส. ระบุว่าผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย3 ควรถามให้ชัดว่านัดตรวจและบริการที่โรงพยาบาลเสนออยู่ในสิทธิทั้งหมดหรือไม่ และมีบริการเสริมหรือรายการนอกสิทธิหรือไม่
โรงพยาบาลตามสิทธิส่งต่อไปสถานพยาบาลอื่น โรงพยาบาลตามสิทธิจะเป็นผู้ประสาน จ่ายค่าบริการให้สถานพยาบาลที่รับส่งต่อ และเบิกกับ สปส. ตามเกณฑ์ ประกาศไม่ได้ระบุว่าผู้ประกันตนต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่1 ควรถามโรงพยาบาลตามสิทธิก่อนยืนยันนัด
ไปสถานพยาบาลอื่นโดยไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ สถานพยาบาลเป็นผู้ส่งข้อมูลขอเบิกค่าบริการไปยัง สปส. หากค่าบริการสูงกว่าอัตราที่กำหนด ผู้ประกันตนรับผิดชอบเฉพาะค่าบริการส่วนที่เกินอัตรา1 สถานพยาบาลต้องตรงตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
  • สามารถตรวจและรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับได้
  • ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนของ สปส. สำหรับบริการกรณีนี้

การมีบริการ Sleep Test เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าสถานพยาบาลนั้นใช้สิทธิประกันสังคมได้ และไม่ใช่การที่ผู้ประกันตนจ่ายทั้งหมดแล้วนำใบเสร็จไปเบิกเองภายหลัง1

ก่อนยืนยันนัดควรถามอะไรบ้าง

  • การตรวจครั้งนี้อยู่ในสิทธิประกันสังคมหรือไม่
  • เป็น Sleep Test ชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2
  • ตรวจที่สถานพยาบาลตามสิทธิหรือมีการส่งต่อ
  • มีบริการใดที่อยู่นอกสิทธิหรือเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมหรือไม่
  • หากมีส่วนเกิน จำนวนเท่าไรและเกิดจากรายการใด
  • ต้องสำรองจ่ายหรือไม่ และถ้าต้องจ่าย ใช้เอกสารอะไร
  • ถ้ามีผลตรวจจากที่อื่น โรงพยาบาลรับพิจารณาหรือไม่
  • คิวตรวจและคิวฟังผลปัจจุบันประมาณเท่าไร

คำถามที่พบบ่อย

ประกันสังคมตรวจ Sleep Test ฟรีหรือไม่

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ที่รับบริการผ่านโรงพยาบาลตามสิทธิ หน้าสิทธิประโยชน์ของ สปส. ระบุว่าผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย3 แต่ต้องให้โรงพยาบาลยืนยันก่อนว่านัดตรวจนั้นใช้สิทธิและไม่มีบริการนอกสิทธิหรือบริการเสริม หากไปใช้บริการที่สถานพยาบาลอื่นโดยไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ ผู้ประกันตนต้องจ่ายส่วนที่สูงกว่าอัตราที่ประกาศกำหนด1

อัตรา 7,000 และ 6,000 บาทเป็นเพดานที่ สปส. จ่าย ไม่ใช่กฎว่าผู้ประกันตนต้องจ่ายส่วนต่างทุกกรณี ประกาศระบุให้ผู้ประกันตนรับผิดชอบส่วนที่เกินอัตราไว้อย่างชัดเจนเฉพาะกรณีที่ไปตรวจที่สถานพยาบาลอื่นโดยไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ1 สำหรับกรณีที่ไปตรวจที่สถานพยาบาลอื่นโดยโรงพยาบาลตามสิทธิเป็นผู้ส่งต่อ ควรถามโรงพยาบาลตามสิทธิก่อนยืนยันนัด เพราะประกาศไม่ได้ระบุว่าผู้ประกันตนต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่

ขอทำ Sleep Test ได้เลยโดยไม่ต้องพบแพทย์ได้หรือไม่

ไม่ได้ การตรวจ Sleep Test ในเส้นทางสิทธิที่ประกาศกำหนด ต้องผ่านการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการประเมินของแพทย์ก่อน1

STOP-Bang ไม่ถึง 5 หมดสิทธิหรือไม่

อย่าเพิ่งสรุปว่าหมดสิทธิ แพทย์เวชศาสตร์การนอนหลับยังพิจารณาส่งตรวจได้เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นทางการแพทย์1

Sleep Test ประกันสังคมตรวจที่โรงพยาบาลไหนได้บ้าง และเบิกย้อนหลังได้ไหม

เริ่มที่โรงพยาบาลตามสิทธิของคุณ แล้วถามว่าโรงพยาบาลจะจัดตรวจเองหรือส่งต่อไปที่ใด ไม่ควรจองและจ่ายค่าตรวจเองโดยคาดว่าจะนำใบเสร็จมาเบิกย้อนหลังได้ เพราะประกาศไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกันตนนำใบเสร็จไปเบิกเอง หากคุณไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิและต้องการไปตรวจที่สถานพยาบาลอื่น สถานพยาบาลนั้นต้องเข้าเงื่อนไขคือ 1) ตรวจและรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับได้ 2) ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนของ สปส. สำหรับบริการกรณีนี้ และเป็นผู้ส่งข้อมูลขอเบิกค่าบริการไปยัง สปส. ซึ่งในกรณีนี้หากค่าบริการสูงกว่าอัตราที่กำหนด ผู้ประกันตนรับผิดชอบเฉพาะส่วนที่เกิน1

เลือก Sleep Test ชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2 เองได้ไหม

ให้แพทย์และสถานพยาบาลเลือกชนิดการตรวจตามเหตุผลทางการแพทย์ ไม่ควรเลือกจากราคา ความสะดวก หรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

ต้องรอคิวนานเท่าไร

ยังระบุเป็นเวลาตายตัวไม่ได้ คิวขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล ความพร้อมของห้องตรวจ และเส้นทางส่งต่อ ให้ถามโรงพยาบาลในวันที่นัดหมาย

มีผลตรวจแล้วต้องตรวจซ้ำหรือไม่

ขึ้นอยู่กับการประเมินของสถานพยาบาลตามสิทธิ ควรนำรายงานฉบับเต็มไปให้แพทย์ตรวจสอบก่อน ไม่ควรสรุปเองว่าผลเดิมใช้ได้หรือใช้ไม่ได้

สรุป

สิทธิ Sleep Test ประกันสังคมตามเกณฑ์ใหม่ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกแพ็กเกจตรวจแล้วนำใบเสร็จมาเบิกได้เอง วิธีที่ตรวจสอบง่ายที่สุดคือ ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิและรับการประเมินจากแพทย์ หากไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ สถานพยาบาลอื่นที่ไปใช้บริการต้องตรวจและรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับได้ ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง มีชื่ออยู่ในทะเบียนของ สปส. สำหรับบริการกรณีนี้ และเป็นผู้ส่งข้อมูลขอเบิกค่าบริการไปยัง สปส. หากค่าบริการสูงกว่าอัตราที่กำหนด ผู้ประกันตนรับผิดชอบเฉพาะค่าบริการส่วนที่เกินอัตรานั้น อัตราที่กำหนดคือชนิดที่ 1 ตามจริงไม่เกิน 7,000 บาท และชนิดที่ 2 ตามจริงไม่เกิน 6,000 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 25691

ขั้นตอนที่ปลอดภัยที่สุดคือ เตรียมข้อมูลอาการ ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิ ถามค่าใช้จ่ายก่อนรับบริการ และไม่สำรองจ่ายโดยคาดว่าจะเบิกย้อนหลังได้แน่นอน หากเป็นกรณีเฉพาะหรือได้รับคำตอบไม่ตรงกัน ให้ยืนยันกับสำนักงานประกันสังคมหรือสายด่วน 1506

แหล่งอ้างอิง

1 สำนักงานประกันสังคม. ประกาศหลักเกณฑ์และอัตรา กรณีผู้ประกันตนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 มีผลใช้บังคับ 30 กรกฎาคม 2569 (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)

2 Kapur VK, Auckley DH, Chowdhuri S, et al. Clinical Practice Guideline for Diagnostic Testing for Adult Obstructive Sleep Apnea. Journal of Clinical Sleep Medicine. 2017;13(3):479–504. American Academy of Sleep Medicine (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)

3 สำนักงานประกันสังคม. สิทธิประโยชน์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน เงื่อนไขการเกิดสิทธิและการรับบริการในสถานพยาบาลตามสิทธิ (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)

4 สำนักงานประกันสังคม. สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการเกิดสิทธิขอรับประโยชน์ทดแทนมาตรา 40 ระบุว่าสิทธิการรักษาใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ บัตรทอง หรือสิทธิเดิมที่มีอยู่ (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)

5 สำนักงานประกันสังคม. ข้อมูลการติดต่อ ระบุหมายเลขติดต่อ 1506 (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)

6 กระทรวงแรงงาน. สิทธิของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ระบุว่ามาตรา 33 เป็นลูกจ้าง และผู้ที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้างอาจสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ตามเงื่อนไข (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)

7 กระทรวงแรงงาน. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขผู้ประกันตนมาตรา 40 อธิบายว่ามาตรา 40 เป็นผู้ประกันตนโดยอิสระซึ่งไม่ใช่ลูกจ้างมาตรา 33 หรือผู้ประกันตนมาตรา 39 (เข้าถึง 11 สิงหาคม 2569)