ค่าดัชนีมวลกายที่เหมาะสมสำหรับชาวเอเชียคือ
- ค่าที่ได้น้อยกว่า 18.5 >>>> คุณผอมเกินไป
- ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 18.5-22.9 >>> คุณอยู่เกณฑ์เหมาะสม น้ำหนักตัวปกติ
- ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 23-24.9 >>> คุณน้ำหนักเกิน แต่ยังไม่เรียกว่าอ้วน
- ค่าที่ได้มากกว่า 25-29.9 >>> คุณอ้วนแล้ว!
- ค่าที่ได้มากกว่า 30 >>> คุณอ้วนเกินไป เสี่ยงที่จะเกิดโรคที่มาจากความอ้วน!
หลายคนคงเคย คํานวณ BMI หรือดัชนีมวลกายของตัวเองมาบ้างแล้ว แต่ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือเมื่อได้ตัวเลขมาแล้วกลับไม่รู้ว่าต้องอ่านค่าอย่างไร ตัวเลขเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของตัวเลขเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง เพราะการ วัดค่า BMI ไม่ใช่แค่การรู้ว่าอ้วนหรือผอม แต่เป็นการประเมินความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่อาจแฝงอยู่ โดยเฉพาะภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับการแปลผลดัชนีมวลกายที่ถูกต้อง ทราบผลลัพธ์และนำไปปรับใช้ดูแลสุขภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องคาดเดา
ค่า BMI คืออะไร
หากคุณกำลังสงสัยว่า BMI คือ อะไร คำตอบที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ ตัวชี้วัดความสมดุลระหว่างน้ำหนักและส่วนสูงของร่างกายมนุษย์ ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในการประเมินสภาวะทางโภชนาการเบื้องต้น การรู้ค่านี้จะช่วยให้เราทราบว่ารูปทรงและน้ำหนักตัวในปัจจุบันมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด และยังเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นหากร่างกายกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ
ค่าดัชนีมวลกาย BMI บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพบ้าง
เมื่อคุณทราบดัชนีมวลกายของตนเองแล้ว ตัวเลขที่ได้จะทำหน้าที่เป็นเสมือนกระจกสะท้อนแนวโน้มสุขภาพในอนาคต หากค่าที่ได้ไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ร่างกายอาจกำลังเผชิญกับความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด กลุ่มผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายสูงเกินไปมักมีความเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวานชนิดที่สอง โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่าเสื่อมจากน้ำหนักตัวที่กดทับ ในขณะเดียวกัน หากค่าดัชนีมวลกายต่ำเกินไป ก็อาจสะท้อนถึงภาวะขาดสารอาหาร มวลกระดูกบาง หรือระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง
โปรแกรม วัดค่า BMI ฟรี ใช้งานง่าย ทราบผลลัพธ์ทันที
ในยุคปัจจุบัน การตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้นสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว คุณสามารถใช้โปรแกรมออนไลน์ที่เปิดให้บริการทั่วไป เพียงแค่กรอกข้อมูลน้ำหนักและส่วนสูง ระบบจะทำการประมวลผลและแสดงผลลัพธ์ออกมาให้คุณภายในไม่กี่วินาที ซึ่งโปรแกรมที่ดีมักจะมาพร้อมกับคำอธิบายผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลไปวางแผนดูแลสุขภาพต่อได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
สูตรคํานวณค่า BMI ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
หากคุณไม่สะดวกใช้งานโปรแกรมออนไลน์ คุณก็สามารถ คํานวณค่า BMI ด้วยตัวเองได้เช่นกัน โดยใช้สูตรมาตรฐานสากลที่วงการแพทย์ใช้งานทั่วไป
วิธี คํานวณค่า BMI ด้วยตัวเองสามารถทำได้ง่ายๆ ตามสูตรนี้
สูตรคำนวณ: น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ [ส่วนสูง (เมตร) x ส่วนสูง (เมตร)]
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่าคุณมีน้ำหนัก 65 กิโลกรัม และส่วนสูง 1.70 เมตร
- นำส่วนสูงในหน่วยเมตรมาคูณกันเองก่อน (1.70 x 1.70 = 2.89)
- นำน้ำหนักตัวตั้ง แล้วหารด้วยค่าส่วนสูงที่คูณกันแล้ว (65 ÷ 2.89 = 22.49)
ผลลัพธ์ที่ได้คือ 22.49 ซึ่งตัวเลขนี้ก็คือค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณนั่นเองครับ
ค่า BMI ปกติ ควรอยู่ที่เท่าไหร่
การทราบว่า BMI ปกติ ควรมีค่าเท่าใด จะช่วยให้เราตั้งเป้าหมายในการดูแลรูปร่างและสุขภาพได้แม่นยำยิ่งขึ้น องค์การอนามัยโลกได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานของดัชนีมวลกายสำหรับชาวเอเชียไว้เพื่อความเหมาะสมกับสรีระ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้
กลุ่มน้ำหนักน้อยเกินไป (BMI ต่ำกว่าเกณฑ์)
คนที่มีค่า BMI ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 18.5 ถือว่าอยู่ในกลุ่มน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน สภาวะนี้อาจเกิดจากการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ การเผาผลาญพลังงานที่มากเกินไป หรือมีปัญหาสุขภาพซ่อนเร้น ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ควรเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย
กลุ่มน้ำหนักปกติ (BMI อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน)
หากผลลัพธ์ของคุณอยู่ระหว่าง 18.5 ถึง 22.9 คุณมี BMI ดัชนีมวลกายที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ร่างกายของคุณมีความสมดุลที่ดี ความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัวอยู่ในระดับต่ำ สิ่งที่คุณควรทำคือการรักษาวินัยในการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงสภาวะสุขภาพที่ดีนี้ไว้ให้นานที่สุด
กลุ่มน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน (BMI สูงกว่าเกณฑ์)
คนที่มี BMI ดัชนีมวลกายตั้งแต่ 23.0 ไปจนถึง 24.9 ถือว่าเริ่มมีน้ำหนักเกิน และหากค่าสูงตั้งแต่ 25.0 ขึ้นไป จะจัดอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะอ้วน ซึ่งระดับความอันตรายจะเพิ่มสูงขึ้นตามตัวเลขที่เพิ่มขึ้น ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้จำเป็นต้องเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างจริงจัง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ที่จะตามมา
ความแตกต่าง ค่า BMI ผู้หญิง และ BMI ผู้ชาย
หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าการประเมิน BMI ผู้หญิง และ BMI ผู้ชาย ใช้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ในความเป็นจริง สูตรที่ใช้ในการคำนวณดัชนีมวลกายนั้นเป็นสูตรเดียวกันและใช้เกณฑ์ตัวเลขในการแบ่งสัดส่วนเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แตกต่างกันคือองค์ประกอบของร่างกายโดยธรรมชาติ
โดยทั่วไปแล้วผู้ชายมักจะมีสัดส่วนของมวลกล้ามเนื้อที่มากกว่ามวลไขมัน ในขณะที่ดัชนีมวลกายของผู้หญิงอาจสะท้อนถึงสัดส่วนมวลไขมันที่สูงกว่าผู้ชายเล็กน้อยตามธรรมชาติของสรีระและการกักเก็บพลังงานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ดังนั้น แม้ตัวเลขจะเท่ากัน แต่รูปร่างและการกระจายตัวของไขมันบนร่างกายของแต่ละเพศจะมีความแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน
วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ค่า BMI กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
การควบคุมดัชนีมวลกายให้กลับมาสมดุลเริ่มต้นที่พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หลักการง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีมีดังต่อไปนี้
- ปรับเปลี่ยนรูปแบบการรับประทานอาหาร โดยเน้นโปรตีนคุณภาพสูงและผักใบเขียว
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันทรานส์สูง เพื่อลดการสะสมของไขมันในร่างกาย
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อรักษาสมดุลของฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมความรู้สึกหิวและอิ่ม
ค่า BMI สูงภัยเงียบเสี่ยงนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่มีดัชนีมวลกายสูง หรือผู้ที่มีภาวะอ้วนต้องระวังเป็นพิเศษคือคุณภาพการนอนหลับ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมักมาพร้อมกับการสะสมของไขมันบริเวณลำคอ ซึ่งส่งผลให้ทางเดินหายใจแคบลงขณะนอนหลับ นี่คือสาเหตุหลักของอาการนอนกรนและนำไปสู่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้
หากปล่อยทิ้งไว้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างรุนแรง การรักษาในผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับและมีน้ำหนักตัวมากกว่า 30 กิโลกรัมขึ้นไป มักจะแนะนำให้ใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก หรือเครื่อง CPAP เพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้นในขณะนอนหลับ
ที่ NK Sleepcare เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหานอนกรนแบบครบวงจร หากคุณมีปัญหานอนกรนหรือกังวลเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เรามีแพทย์คอยดูแลและให้คำปรึกษา พร้อมวัดผลการรักษาให้คุณอย่างใกล้ชิด เราเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่อง CPAP จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Philips และ ResMed อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
นอกจากนี้ เรายังมีบริการดูแลหลังการขายโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมโดยตรงจากผู้ผลิต พร้อมให้ความอุ่นใจด้วยการรับประกันสินค้ายาวนานถึง 3 ปี เรามีบริการซ่อมฟรีและเปลี่ยนอะไหล่ฟรีตลอดอายุประกัน รวมถึงมีเครื่องสำรองให้ใช้งานระหว่างรอซ่อมอีกด้วย



