Sleep Apnea คืออะไร

Sleep Apnea คืออะไร

ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อาการหายใจผิดปกติ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นอันตรายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากอาการเหล่านี้ บางครั้งอาจไม่ได้บ่งบอกอาการของโรคอย่างชัดเจน เช่น อาการหยุดหายใจขณะหลับที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพที่เกิดจากการนอนกรน เป็นต้น ซึ่งการป้องกันรักษาหรือการดูแลตนเองจากปัญหาสุขภาพเหล่านี้ อาจมีศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้เรียกหรือใช้ทับศัพท์อยู่หลายคำ ซึ่งหลายท่านอาจไม่ทราบความหมาย เช่น Sleep Apnea คำนี้คืออะไร หาคำตอบได้จากบทความต่อไปนี้

Sleep Apnea คืออะไร

Sleep apnea คือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นอาการอย่างหนึ่งของกลุ่มอาการ ภาวะหายใจผิดปกติเนื่องจากการนอนหลับ หรือ Sleep – disordered breathing ซึ่งหมายถึง โรคชนิดหนึ่งที่เมื่อนอนหลับแล้วร่างกายจะเกิดความผิดปกติทางการหายใจ อย่างเช่นหยุดหายใจขณะหลับ หรือเกิดการหยุดหายใจเป็นพักๆ ตลอดทั้งคืน ทำให้อวัยวะต่างๆภายในร่างกายขาดออกซิเจนจนเป็นสาเหตุของโรคนอนไม่หลับ และอื่นๆ อีกหลายโรค

 

normal airway and obstructive sleep apnea

Sleep Apnea หรือโรคหยุดหายใจขณะหลับ เกิดได้อย่างไร

Sleep Apnea หรือโรคหยุดหายใจขณะหลับ แบ่งเป็น 3 ชนิดได้แก่ ชนิดเกิดจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ (OSA) ชนิดเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง (CSA) และชนิดผสม ซึ่งเป็นชนิดที่เกิดร่วมกันทั้งจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจและจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง ทั้ง 3 ชนิดมีสาเหตุการเกิดของภาวะหยุดหายใจขณะหลับแตกต่างกัน ดังนี้

  1. ชนิดที่เกิดจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ (OSA)
    การหยุดหายใจขณะหลับ ชนิดเกิดจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ (Obstructive Sleep Apnea; OSA) เป็นอาการที่พบได้มากถึง 85% ของกลุ่มโรคนี้ โดยเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจตอนบน เช่น จมูก ช่องปาก และลำคอ มีผลทำให้ทางเดินหายใจตอนบนตีบแคบ ส่งผลให้ร่างกายและสมองขาดอากาศ การทำงานของกล้ามเนื้อจึงลดลงหรือหยุดทำงาน ทำให้ผู้ที่นอนหลับมีอาการสะดุ้งตื่นและกลับมาหายใจอีกครั้ง เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ ก็จะทำให้นอนน้อยหรือนอนไม่เต็มตื่น ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ความรุนแรงของอาการโดยทั่วไปพบได้ตั้งแต่การเกิดภาวะหยุดหายใจเฉลี่ย 5 ครั้งต่อชั่วโมง ไปจนถึงมากกว่า 30 ครั้งต่อชั่วโมง
  2. ชนิดที่เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง (CSA)
    ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Central Sleep Apnea หรือ CSA เป็นชนิดอาการที่พบได้น้อยที่สุด คือประมาณ 0.4% มีสาเหตุมาจากโรคของสมองส่วนกลาง ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเนื้องอก โรคมะเร็งสมอง หรือจากผลข้างเคียงจากยาบางชนิดที่กดสมองส่วนกลางเช่น ยานอนหลับ ทำให้สมองสามารถสั่งงานไม่ปกติในช่วงนอนหลับ จึงเกิดภาวะผิดปกติในการหายใจ หายใจได้ตื้นๆ หรือหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งลักษณะการหยุดหายใจจะหยุดเป็นพักๆ
  3. ชนิดผสม (Mixed Sleep Apnea)
    อาการหยุดหายใจขณะหลับชนิดผสม พบได้ประมาณ 15% ของโรค ซึ่งสาเหตุการเกิดก็จะเกิดได้ทั้งมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ และเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง ร่วมด้วย

 

การใช้เครื่อง Cpap ช่วยทำให้นอนหลับสบาย ไม่นอนกรน

แนวทางการรักษา Sleep Apnea (โรคหยุดหายใจขณะหลับ)

สำหรับแนวทางการรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคโดยดูจากประวัติอาการบอกเล่าของคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด การตรวจร่างกาย และการตรวจด้วยเครื่องตรวจเฉพาะ ซึ่งจะตรวจสัญญาณของร่างกายขณะหลับได้พร้อมๆ กันหลายส่วน เช่น การตรวจวัดลักษณะการหายใจ การทำงานของสมอง การเคลื่อนไหวของลูกตา การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ปริมาณอากาศในการหายใจเข้าออก และปริมาณออกซิเจนในเลือด เป็นต้น เมื่อพบสาเหตุหรืออาการผิดปกติ แนวทางการรักษาของแพทย์จะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ดังนี้

  • การรักษาในเบื้องต้นกรณีไม่มีอาการที่รุนแรง อาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการนอน ด้วยการฝึกนอนตะแคงแทนการนอนหงาย และการนอนเอนตัวในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง หากมีน้ำหนักตัวมากอาจแนะนำให้ลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักตัว
  • หากพบว่าอาการหยุดหายใจขณะหลับมีความรุนแรงอยู่ในระดับปานกลาง อาจทำการรักษาด้วยเครื่อง CPAP และหน้ากาก CPAP ซึ่งเป็นการใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจในขณะนอนหลับ ทำให้หายใจเอาอากาศเข้าได้ในปริมาณสูงขึ้น ป้องกันอาการนอนกรนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ Sleep Apnea
  • กรณีโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือ Sleep Apnea มีอาการที่รุนแรง และใช้แนวทางการรักษาหลายๆ วิธีมาแล้วไม่ได้ผล หรือไม่ทำให้อาการลดความรุนแรงลง แพทย์อาจวินิจฉัยให้ทำการรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น การผ่าตัดเพดานอ่อน ผ่าตัดกระดูกกราม หรือการเจาะคอเพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

heart attack

อันตรายจากโรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)

หากมีอาการที่รุนแรง การหยุดหายใจขณะหลับเป็นเวลานานอาจทำให้เสียชีวิตได้ และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจากผลข้างเคียงทำให้ง่วงนอนตลอดเวลา เป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน นอกจากนั้นยังเป็นสาเหตุทำให้มีโรคแทรกซ้อนซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องทำการรักษาและกินยาไปตลอดชีวิต เช่น เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองทำให้เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต รวมถึงโรคอันตรายอื่นๆ

อาการหยุดหายใจขณะหลับหรือ Sleep Apnea เป็นปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ บางครั้งความผิดปกติที่เกิดขึ้นอาจไม่มีความรุนแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้สนใจป้องกันรักษา เมื่ออาการมีความรุนแรงมากขึ้น ก็จะทำให้ยากต่อการรักษา ดังนั้นเมื่อพบความผิดปกติ เช่น นอนไม่หลับ รู้สึกอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีอาการง่วงนอนตลอดเวลา ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะหรือวินิจฉัยสาเหตุของโรคเพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน? (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)
5/54 โหวต

บทความแนะนำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *