ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) คืออะไร ใครควรตรวจ และเตรียมตัวอย่างไร

อัปเดตล่าสุด:

การตรวจการนอนหลับ (Sleep test) คืออะไร

การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Test คือการบันทึกการทำงานของร่างกายระหว่างนอน เพื่อช่วยแพทย์ประเมินและวินิจฉัยปัญหาการนอน การตรวจแต่ละชนิดเก็บข้อมูลไม่เท่ากัน การตรวจในศูนย์หรือโรงพยาบาลที่เรียกว่า polysomnography (PSG) เก็บข้อมูลได้หลายระบบ ส่วนการตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่บ้าน หรือ Home Sleep Apnea Test (HSAT) เน้นข้อมูลด้านการหายใจและออกซิเจนในผู้ใหญ่บางราย14

ผลจากเครื่องไม่ได้วินิจฉัยโรคโดยลำพังครับ แพทย์ต้องดูประวัติ อาการ การตรวจประเมิน และติดตามผลร่วมกัน แบบสอบถามไม่สามารถยืนยันภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ OSA ได้ด้วยตัวเอง12

ผู้ใหญ่บางคนตรวจที่บ้านได้ แต่ HSAT ไม่เหมาะกับทุกคนและตรวจโรคการนอนได้ไม่ครบเหมือน PSG หาก HSAT ครั้งเดียวให้ผลลบ ผลไม่ชัดเจน หรือข้อมูลไม่เพียงพอ แนวทางแนะนำให้ทำ PSG ต่อเพื่อวินิจฉัย ไม่ควรใช้ผลตรวจที่บ้านครั้งนั้นตัด OSA ออกเอง และไม่ควรทำ HSAT ซ้ำเองเป็นทางออกมาตรฐานครับ13

Sleep Test คืออะไร และช่วยตอบคำถามอะไร

Sleep Test ช่วยบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายระหว่างนอน แล้วให้แพทย์นำข้อมูลไปตอบคำถามทางการแพทย์ เช่น มีภาวะหายใจผิดปกติขณะหลับหรือไม่ ปัญหาที่สงสัยควรตรวจด้วยวิธีใด และข้อมูลที่ได้สอดคล้องกับอาการหรือโรคร่วมของผู้รับการตรวจหรือไม่14

การตรวจ PSG ในศูนย์อาจบันทึกคลื่นสมอง การเคลื่อนไหวของตาและกล้ามเนื้อ อัตราการเต้นหัวใจ การหายใจ การเคลื่อนไหวของขา และระดับออกซิเจนในเลือด ส่วน HSAT มักเก็บข้อมูลน้อยกว่า โดยเน้นสัญญาณที่เกี่ยวกับการหายใจและออกซิเจน จำนวนและชนิดของเซนเซอร์ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ จึงไม่ควรเหมารวมว่าเครื่อง Sleep Test ทุกแบบวัดเหมือนกันครับ346

Sleep Test ไม่ใช่แบบตรวจสุขภาพทั่วไปที่ทุกคนต้องเลือกทำเอง การเลือกว่าจะตรวจอะไรควรเริ่มจากคำถามว่าแพทย์กำลังสงสัยโรคใด และต้องการข้อมูลชนิดไหนเพื่อช่วยวินิจฉัย แบบสอบถามไม่ควรใช้แทนการประเมินและการตรวจวินิจฉัย12

อาการหรือสถานการณ์แบบไหนควรคุยกับแพทย์เรื่องการตรวจ

อาการที่ควรนำไปคุยกับแพทย์ ได้แก่ นอนกรนดังเป็นประจำ มีคนใกล้ตัวสังเกตว่าหายใจหยุดแล้วเริ่มใหม่ หายใจเฮือกหรือเหมือนสำลักอากาศขณะหลับ และง่วงหรืออ่อนเพลียมากในเวลากลางวันทั้งที่มีโอกาสนอนเพียงพอ อาการนอนกรน หายใจผิดปกติขณะหลับ หรือความง่วงกลางวันอาจทำให้แพทย์พิจารณาความเสี่ยงของ OSA แต่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันโรคจากอาการเพียงข้อเดียวครับ1

หากมีการเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมผิดปกติระหว่างหลับ เช่น แขนขากระตุกมาก นอนละเมอ หรือมีเหตุการณ์ที่จำไม่ได้ ควรเล่ารายละเอียดให้แพทย์ฟังด้วย การเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมผิดปกติขณะหลับอาจต้องประเมินโรคการนอนชนิดอื่น และ HSAT ที่ออกแบบมาเพื่อประเมิน OSA อาจไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมหรือการเคลื่อนไหวเหล่านี้34

ก่อนคุยกับแพทย์เรื่อง Sleep Test ลองจดว่าอาการเกิดบ่อยเพียงใด เริ่มเมื่อไร มีใครสังเกตเห็นอะไรขณะคุณหลับ และวันถัดไปง่วงหรือใช้ชีวิตลำบากอย่างไร ควรเตรียมรายชื่อโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และข้อมูลจากคนใกล้ตัวถ้ามี บันทึกอาการและประวัตินี้ช่วยให้แพทย์เลือกการประเมินได้เหมาะกว่าการเลือกชนิดการตรวจจากชื่อแพ็กเกจหรือผลแบบสอบถามด้วยตนเองครับ

ตรวจในศูนย์กับตรวจที่บ้านต่างกันอย่างไร

จุดต่างสำคัญระหว่าง PSG กับ HSAT ไม่ใช่แค่สถานที่ตรวจ แต่รวมถึงข้อมูลที่วัด การมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแล และความเหมาะสมกับคำถามทางการแพทย์ของแต่ละคน แพทย์จึงต้องเลือกวิธีตรวจจากอาการ ความเสี่ยง โรคร่วม และความสามารถในการใช้อุปกรณ์ ไม่ควรตัดสินจากความสะดวกเพียงอย่างเดียว13

Polysomnography (PSG) ในศูนย์หรือโรงพยาบาล

PSG เป็นการตรวจที่เก็บข้อมูลหลายระบบระหว่างนอน มีเจ้าหน้าที่เทคนิคเฝ้าดูคุณภาพสัญญาณตลอดคืน และช่วยแก้ไขเมื่อเซนเซอร์หลุด การตรวจชนิดนี้บันทึกข้อมูลที่ HSAT หลายรุ่นไม่สามารถวัดได้ เช่น คลื่นสมองและระยะการนอน จึงช่วยประเมินปัญหาการนอนได้กว้างกว่า14

แนวทางแนะนำให้ใช้ PSG แทน HSAT ในผู้ใหญ่ที่มีโรคหัวใจหรือระบบหายใจสำคัญ สงสัยกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรงจากโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ มีภาวะหายใจน้อยกว่าปกติขณะตื่นหรือสงสัยภาวะหายใจน้อยขณะหลับ ใช้ยา opioid ต่อเนื่อง มีประวัติโรคหลอดเลือดสมอง หรือมี insomnia รุนแรง เพราะข้อจำกัดของ HSAT อาจทำให้ตอบคำถามทางการแพทย์ได้ไม่เพียงพอ1

Home Sleep Apnea Test (HSAT)

HSAT เป็นทางเลือกสำหรับผู้ใหญ่บางรายที่ไม่มีภาวะซับซ้อนและมีอาการบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยง OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรง การตรวจควรได้รับคำสั่งจากผู้ให้บริการทางการแพทย์หลังประเมินประวัติและอาการ ไม่ควรซื้อหรือเลือกอุปกรณ์มาตรวจเพื่อวินิจฉัยตัวเอง12

อุปกรณ์ HSAT วัดข้อมูลน้อยกว่า PSG และหลายรุ่นแยกเวลาที่หลับจริงออกจากเวลาที่ตื่นไม่ได้ หากติดตั้งผิด สายหรือเซนเซอร์หลุด หรือข้อมูลไม่ครบ ก็อาจทำให้ผลประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงหรือยังวินิจฉัยไม่ได้ ผู้มีคุณสมบัติควรตรวจข้อมูลดิบและแปลผล ไม่ควรใช้คะแนนอัตโนมัติจากเครื่องเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยหรือเลือกการรักษา1235

ภาพเปรียบเทียบการตรวจการนอนหลับในศูนย์ (PSG) กับการตรวจที่บ้าน (HSAT) แสดงความแตกต่างของข้อมูลที่วัดและข้อจำกัดของแต่ละวิธี
PSG และ HSAT เก็บข้อมูลและมีข้อจำกัดต่างกัน แพทย์จึงต้องพิจารณาว่าวิธีใดเหมาะกับแต่ละคน

แล้ว Type 1, 2, 3 และ 4 คืออะไร

คำว่า Type 1 ถึง Type 4 เป็นระบบแบ่งประเภทการตรวจการนอนหลับ โดยดูว่าการตรวจบันทึกสัญญาณอะไรบ้าง และมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระหว่างตรวจหรือไม่ เลข Type จึงใช้บอกลักษณะของการตรวจคร่าว ๆ ไม่ได้ใช้จัดอันดับว่าการตรวจแบบใดแม่นยำหรือดีกว่าเสมอไป1

Type 1 (Type I): การตรวจ PSG แบบครบถ้วนในศูนย์หรือโรงพยาบาล มีเจ้าหน้าที่เทคนิคเฝ้าดูคุณภาพสัญญาณตลอดคืน บันทึกทั้งคลื่นสมอง การเคลื่อนไหวของตาและกล้ามเนื้อ การหายใจ ระดับออกซิเจน การเต้นของหัวใจ และข้อมูลอื่นตามแผนการตรวจ จึงบอกได้ว่าช่วงใดหลับหรือตื่นและอยู่ในระยะการนอนใด1

Type 2 (Type II): ใช้ชุดสัญญาณแบบเดียวกับ PSG Type 1 ตามระบบการแบ่งประเภทนี้ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืน จึงสามารถตรวจนอกศูนย์การนอนได้ อย่างไรก็ตาม หากเซนเซอร์หลุดหรือสัญญาณผิดปกติ อาจไม่มีเจ้าหน้าที่แก้ไขให้ทันที การเก็บสัญญาณใกล้เคียง Type 1 จึงไม่ได้หมายความว่าผลจะเทียบเท่ากันสำหรับทุกคนหรือทุกสถานการณ์1

Type 3 (Type III): เก็บข้อมูลจำกัดในระบบหัวใจและการหายใจ เช่น ลมผ่านทางเดินหายใจ แรงที่ใช้หายใจ ระดับออกซิเจน และอัตราการเต้นของหัวใจหรือคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยทั่วไปไม่มีข้อมูลคลื่นสมองแบบ PSG จึงอาจแยกเวลาหลับจริงออกจากเวลาตื่นไม่ได้ และต้องอ่านผลร่วมกับอาการ คุณภาพสัญญาณ และการประเมินของแพทย์1

Type 4 (Type IV): เก็บข้อมูลเพียง 1–2 อย่าง เช่น ระดับออกซิเจนร่วมกับอัตราการเต้นของหัวใจ หรือบางอุปกรณ์วัดเฉพาะลมผ่านทางเดินหายใจ ข้อมูลจึงจำกัดกว่าการตรวจแบบอื่น และไม่ควรใช้ผลจากสัญญาณเพียงไม่กี่ชนิดเพื่อวินิจฉัยหรือตัด OSA ออกด้วยตนเอง1

การแบ่งเป็น Type 1 ถึง Type 4 ช่วยให้เห็นว่าการตรวจแต่ละแบบเก็บข้อมูลต่างกัน แต่เลข Type เพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าวิธีใดเหมาะกับแต่ละคน แพทย์จึงต้องเลือกวิธีตรวจจากอาการ ความเสี่ยง โรคร่วม และปัญหาการนอนที่กำลังประเมิน1

ก่อนตรวจ แพทย์และทีมตรวจจะประเมินอะไร

ก่อนเลือก Sleep Test แพทย์มักถามอาการ รูปแบบการนอน โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และปัญหาการนอนอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง บางแห่งอาจให้ทำแบบสอบถามเพื่อประเมินความเสี่ยงหรือช่วยจัดระบบข้อมูล แต่คะแนนแบบสอบถามไม่ใช่คำวินิจฉัย OSA12

การตรวจร่างกายและคำถามที่ใช้จริงแตกต่างกันตามแต่ละคน แพทย์จะพิจารณาว่าต้องใช้ PSG หรือ HSAT จากคำถามทางคลินิก ความเสี่ยง โรคร่วม และความพร้อมในการติดตั้งอุปกรณ์ ทีมรักษาอาจตรวจร่างกายหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมตามปัญหาที่สงสัย จึงไม่ควรเลือกชนิดการตรวจจากรายการขั้นตอนตายตัวครับ1

หากคุณใช้ยาประจำหรือยานอนหลับ ควรแจ้งทีมตรวจหรือแพทย์ก่อนวันตรวจ อย่าหยุด เพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนยาด้วยตัวเองเพื่อเตรียมตรวจ ให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือสถานพยาบาลที่รับผิดชอบการตรวจเท่านั้น347

แผนภาพแสดงแพทย์ประเมินก่อนเลือก PSG หรือ HSAT โดย PSG เป็นการตรวจมาตรฐาน และควรตรวจ PSG ต่อเมื่อ HSAT ครั้งเดียวให้ผลลบ สรุปไม่ได้ หรือข้อมูลไม่พอ
แพทย์จะเลือก PSG หรือ HSAT ตามอาการและความเหมาะสม หาก HSAT ครั้งเดียวให้ผลลบ สรุปไม่ได้ หรือข้อมูลไม่พอ ควรทำ PSG ต่อ

คืนตรวจ Sleep Test เกิดอะไรขึ้น

ขั้นตอนการตรวจ Sleep Test จริงขึ้นอยู่กับชนิดการตรวจและแนวทางของสถานพยาบาล เมื่อได้นัดแล้วควรถามเวลาไปถึง สิ่งของที่ต้องนำไป วิธีใช้ยาในวันตรวจ และช่องทางติดต่อหากติดตั้งอุปกรณ์ไม่สำเร็จ ไม่ควรใช้คำอธิบายทั่วไปในบทความแทนคำแนะนำเฉพาะของทีมตรวจครับ

ถ้าตรวจในศูนย์หรือโรงพยาบาล

โดยทั่วไปผู้รับการตรวจจะมาถึงช่วงเย็น เปลี่ยนเป็นชุดนอน แล้วเจ้าหน้าที่ติดเซนเซอร์ที่ศีรษะ ใบหน้า หน้าอก ขา และปลายนิ้วตามชนิดการตรวจ การติดตั้งโดยทั่วไปไม่เจ็บ แต่อาจรู้สึกไม่คุ้นหรือมีการระคายผิวเล็กน้อยจากกาวในบางคน467

สายเซนเซอร์มีระยะให้ขยับตัวได้ เจ้าหน้าที่เทคนิคจะเฝ้าดูสัญญาณและช่วยเมื่อเซนเซอร์หลุดหรือต้องลุกเข้าห้องน้ำ บางแห่งใช้กล้องแสงน้อยเพื่อดูการเคลื่อนไหวประกอบข้อมูล47 ระหว่างคืน แพทย์อาจวางแผนการตรวจที่แบ่งเป็นสองช่วงในคืนเดียว (split-night) เมื่อเข้าเกณฑ์และเหมาะสม แต่ไม่ใช่ขั้นตอนที่ทำกับทุกคน1

ถ้าตรวจที่บ้าน

ทีมตรวจควรอธิบายวิธีติดเซนเซอร์ เปิดเครื่อง ตรวจสัญญาณ และคืนอุปกรณ์ ผู้รับการตรวจติดอุปกรณ์ตามคำแนะนำและนอนใกล้เคียงเวลาปกติที่สุด หากไม่แน่ใจว่าสายหรือเซนเซอร์ติดถูกต้อง ควรใช้ช่องทางติดต่อของผู้ให้บริการแทนการดัดแปลงอุปกรณ์เอง23

ถ้า HSAT ครั้งเดียวติดตั้งไม่ครบ สัญญาณหลุด หรือข้อมูลไม่พอ ผล HSAT ที่ข้อมูลไม่ครบยังไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัย แนวทางแนะนำให้ทำ PSG ต่อ ไม่เสนอการทำ HSAT ซ้ำเป็นคำตอบมาตรฐานสำหรับผลลบ ผลไม่ชัดเจน หรือข้อมูลไม่เพียงพอครับ13

เตรียมตัวก่อน Sleep Test อย่างไร

คำแนะนำเฉพาะของแพทย์และสถานพยาบาลสำคัญที่สุด เพราะชนิดการตรวจและภาวะสุขภาพของแต่ละคนต่างกัน สำหรับการเตรียมตัวทั่วไป ใช้รายการนี้เป็นข้อมูลก่อนถามทีมตรวจได้ครับ

  1. ทำกิจวัตรและเข้านอนตามเวลาปกติเท่าที่ทำได้47
  2. งีบกลางวันให้น้อยหรือหลีกเลี่ยงตามคำแนะนำของทีมตรวจ4
  3. หลีกเลี่ยงคาเฟอีนหลังมื้อกลางวัน และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือยากล่อมประสาท เว้นแต่แพทย์สั่งเป็นอย่างอื่น34
  4. ไม่ใช้สเปรย์ เจล หรือน้ำมันใส่ผม โลชั่น และเครื่องสำอางที่อาจรบกวนการติดเซนเซอร์ หากมีเล็บปลอม ยาทา หรือข้อกังวลเรื่องผิวหนัง ให้ถามสถานพยาบาลก่อน47
  5. เตรียมชุดนอนและของใช้ประจำคืนตามรายการที่สถานพยาบาลแจ้ง47
  6. แจ้งยาที่ใช้และการแพ้กาวให้ทีมตรวจทราบ47
  7. ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาด้วยตนเอง ให้ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น347

แต่ละสถานพยาบาลอาจแนะนำการเตรียมตัวไม่เหมือนกัน หากมีคำถามเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย ยา หรือเวลานอน ควรถามทีมตรวจโดยตรงก่อนวันนัดครับ

หลังตรวจ ใครอ่านผล และถ้าผลที่บ้านไม่ชัดเจนทำอย่างไร

หลังตรวจ เจ้าหน้าที่จะตรวจคุณภาพสัญญาณและจัดข้อมูลเพื่อให้แพทย์หรือผู้มีคุณสมบัติแปลผล ระยะเวลานัดฟังผลแตกต่างกันตามสถานพยาบาล จึงควรถามว่าผลจะพร้อมเมื่อไร ใครเป็นผู้อธิบาย และต้องเตรียมข้อมูลอะไรไปคุยต่อ234

สำหรับผู้ใหญ่ หาก HSAT ครั้งเดียวให้ผลลบ ไม่ชัดเจน หรือข้อมูลไม่เพียงพอ แนวทางแนะนำให้ทำ PSG ต่อเพื่อวินิจฉัย ไม่ควรสรุปว่าไม่มี OSA จากผล HSAT เพียงครั้งเดียว13 หาก PSG ครั้งแรกเป็นลบแต่แพทย์ยังสงสัย OSA แพทย์อาจพิจารณาทำ PSG ครั้งที่สองตามความเหมาะสม1

บทความนี้ไม่สอนใช้ค่า AHI, ODI หรือระดับออกซิเจนเพื่อวินิจฉัยโรคหรือเลือกการรักษาเอง ตัวเลขแต่ละค่าต้องอ่านร่วมกับชนิดการตรวจ เวลาที่บันทึกได้ คุณภาพสัญญาณ อาการ โรคร่วม และการประเมินของแพทย์ครับ12

ก่อนนัดตรวจควรถามอะไรบ้าง

รายการคำถามก่อนนัดตรวจ Sleep Test ช่วยให้คุณเข้าใจว่าการตรวจที่เสนอจะตอบคำถามของคุณได้อย่างไร

  • แพทย์กำลังสงสัยโรคอะไร และการตรวจนี้ช่วยตอบคำถามอะไร
  • ควรตรวจในศูนย์หรือที่บ้าน เพราะเหตุใด
  • อุปกรณ์จะวัดข้อมูลอะไร และมีข้อมูลใดที่วัดไม่ได้
  • ถ้าสัญญาณไม่ครบหรือผลลบแต่ยังมีอาการ ขั้นตอนต่อไปคืออะไร
  • ยาที่ใช้อยู่ต้องทำอย่างไร และใครเป็นผู้สั่งให้ปรับ
  • ค่าใช้จ่ายรวมค่าติดตั้งอุปกรณ์ ค่าแพทย์อ่านผล และการนัดติดตามหรือไม่
  • หากใช้สิทธิรักษาพยาบาล ต้องมีใบส่งตัวหรือทำขั้นตอนใด และควรตรวจสอบกับเจ้าของสิทธิก่อนชำระเงินอย่างไร
  • ใครเป็นผู้ตรวจคุณภาพข้อมูล อ่านผล และอธิบายขั้นตอนถัดไป

รายละเอียดราคา รายชื่อสถานพยาบาล และเกณฑ์สิทธิรักษาพยาบาลอาจเปลี่ยนได้ บทความภาพรวมนี้จึงไม่ใส่ราคา แพ็กเกจ คิวตรวจ หรือเงื่อนไขสิทธิแบบตายตัว ควรตรวจข้อมูลปัจจุบันจากสถานพยาบาลและหน่วยงานเจ้าของสิทธิก่อนนัดหรือชำระเงินครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sleep Test

Sleep Test เจ็บไหม

การติดเซนเซอร์สำหรับ PSG และ HSAT โดยทั่วไปไม่เจ็บ คุณอาจรู้สึกไม่คุ้นจากสายหรือกาว และบางคนอาจระคายผิวชั่วคราว หากเคยแพ้กาวหรือมีผิวแพ้ง่าย ควรแจ้งทีมตรวจก่อนติดอุปกรณ์46

ถ้านอนได้น้อยในคืนตรวจ ผลยังใช้ได้หรือไม่

การนอนน้อยกว่าปกติในคืนตรวจไม่ได้แปลว่าผลใช้ไม่ได้เสมอไป และไม่จำเป็นต้องหลับครบแปดชั่วโมงทุกคน แพทย์จะดูเวลานอนจริง คุณภาพสัญญาณ และคำถามที่ต้องการตอบร่วมกัน หากข้อมูลไม่พอ ทีมตรวจจะแจ้งว่าควรทำอย่างไรต่อ ไม่ควรตัดสินคุณภาพผลจากจำนวนชั่วโมงด้วยตัวเองครับ4

ตรวจที่บ้านแทนตรวจในศูนย์ได้ทุกคนไหม

ไม่ได้ครับ HSAT เหมาะกับผู้ใหญ่บางรายที่ไม่มีภาวะซับซ้อนและมีความเสี่ยง OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรง ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือระบบหายใจสำคัญ มีความเสี่ยงภาวะหายใจน้อย ใช้ opioid ต่อเนื่อง เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือมี insomnia รุนแรง ควรได้รับการประเมินเพื่อใช้ PSG แทนตามแนวทาง1

ผลตรวจที่บ้านเป็นลบ แปลว่าไม่มี OSA ใช่ไหม

ไม่ใช่ครับ สำหรับผู้ใหญ่ HSAT ครั้งเดียวที่ให้ผลลบ ผลไม่ชัดเจน หรือข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่สามารถใช้ตัด OSA ออกเองได้ แนวทางแนะนำให้ทำ PSG ต่อเพื่อวินิจฉัย ไม่ควรทำ HSAT ซ้ำเองหรือใช้ผลลบครั้งเดียวหยุดการติดตาม13

ต้องหยุดยาหรือยานอนหลับก่อนตรวจไหม

อย่าหยุด เพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนยาเองครับ หากใช้ยาประจำหรือยานอนหลับ ควรแจ้งทีมตรวจหรือแพทย์ แล้วทำตามคำแนะนำเฉพาะที่ได้รับ347

แบบสอบถามวินิจฉัย OSA ได้ไหม

ไม่ได้ครับ แบบสอบถามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัย OSA ได้ ต้องอาศัย PSG หรือ HSAT ที่เหมาะสมร่วมกับการประเมินทางการแพทย์1

ต้องตรวจ Sleep Test ก่อนเริ่มใช้ CPAP หรือไม่

ไม่ควรใช้คำตอบเดียวกับทุกคนครับ ก่อนเริ่มใช้ CPAP แพทย์ต้องพิจารณาผลการประเมินและข้อมูลการตรวจที่เหมาะสม ไม่ควรใช้เฉพาะอาการ แบบสอบถาม คะแนนอัตโนมัติ หรือข้อมูลในบทความนี้ตัดสินใจเริ่มการรักษาเอง แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าต้องตรวจชนิดใดและใช้ข้อมูลใดเพื่อวางแผนรักษาตามบริบทของแต่ละคน12

สรุป

Sleep Test เป็นการเก็บข้อมูลระหว่างนอนเพื่อช่วยแพทย์ประเมินและวินิจฉัยปัญหาการนอน ไม่ใช่คำตอบจากเครื่องเพียงอย่างเดียว PSG ในศูนย์เก็บข้อมูลได้หลายระบบและมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแล ส่วน HSAT เป็นทางเลือกสำหรับผู้ใหญ่บางรายที่ไม่มีภาวะซับซ้อนและสงสัย OSA ไม่ใช่การตรวจแทน PSG สำหรับทุกคน124

ก่อนตรวจ ควรเตรียมข้อมูลอาการ โรคประจำตัว และยาที่ใช้ แล้วทำตามคำแนะนำของทีมตรวจ อย่าหยุดยา เลือกชนิดการตรวจ วินิจฉัยโรค หรือปรับการรักษาเอง สำหรับผู้ใหญ่ หาก HSAT ครั้งเดียวให้ผลลบ ไม่ชัดเจน หรือข้อมูลไม่พอ แนวทางแนะนำให้ทำ PSG ต่อเพื่อวินิจฉัยครับ13

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ทดแทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ หากสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มีอาการผิดปกติระหว่างนอน หรือมีความง่วงที่กระทบความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ

แหล่งข้อมูล

  1. Clinical Practice Guideline for Diagnostic Testing for Adult Obstructive Sleep Apnea, American Academy of Sleep Medicine, 2017
  2. Clinical use of a home sleep apnea test: an updated AASM position statement, American Academy of Sleep Medicine, 2018
  3. Home Sleep Apnea Test, Sleep Education by AASM, updated August 2020
  4. Sleep Study, Sleep Education by AASM, September 2020
  5. A patient’s guide to understanding diagnostic testing for obstructive sleep apnea in adults, American Academy of Sleep Medicine
  6. Sleep Studies, National Heart, Lung, and Blood Institute, updated March 24, 2022
  7. Sleep Study, MedlinePlus, US National Library of Medicine