ใช้ CPAP แล้วท้องอืด (Aerophagia) เกิดจากอะไร? พร้อมวิธีแก้
ตื่นเช้ามาแทนที่จะรู้สึกสดชื่นเต็มอิ่ม กลับต้องเผชิญกับอาการพะอืดพะอม ท้องอืด เรอเปรี้ยว หรือผายลมบ่อยๆ หลังจากใส่หน้ากากนอนมาทั้งคืนใช่ไหม? หลายคนที่เพิ่งเริ่มใช้เครื่อง CPAP แล้วตื่น มักจะตกใจและสงสัยว่าอาการนี้เรียกว่าอะไร และส่งผลอันตรายไหม
อาการ ตื่นมาท้องอืด หลังใช้ CPAP ถือเป็นปัญหายอดฮิตที่เรียกว่า Aerophagia หรือภาวะลมเข้าท้องจากการใช้เครื่อง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ บทความนี้จะพาไปเจาะสาเหตุที่แท้จริง พร้อมวิธีแก้ที่ได้ผลจริง เพื่อให้คุณกลับมาหลับสบายโดยไม่ต้องแบกท้องอืดไปทั้งวัน
ท้องอืด ลมเข้าท้อง (Aerophagia) จากการใช้ CPAP เกิดจากอะไร?
Aerophagia CPAP คืออะไร คำอธิบายง่ายๆ คือ ภาวะที่ร่างกายกลืนอากาศเข้าไปในระบบทางเดินอาหารมากเกินไปจนเกิดการสะสมของลมในกระเพาะและลำไส้ ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ ใช้เครื่อง CPAP มีลมในท้อง มักเกิดจากปัจจัยเหล่านี้
แรงดันลม (Pressure) สูงเกินความจำเป็น
เมื่อแรงดันลมสูงเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ลมที่เป่าออกมาจะมีความแรงมากจนหูรูดหลอดอาหารส่วนบนทนแรงดันไม่ไหวและเปิดออก ทำให้ลมถูกดันลงไปสู่กระเพาะอาหารแทนที่จะเข้าไปในปอด ปัญหานี้พบได้บ่อยในกรณีที่ซื้อเครื่องมาใช้เองแล้วตั้งค่าแรงดันไม่เหมาะสมกับร่างกาย โดยไม่ได้ผ่านการปรับจูนจากผู้เชี่ยวชาญ
อ้าปากหายใจขณะหลับ (Mouth Breathing)
โดยเฉพาะคนที่ใช้หน้ากากแบบครอบจมูก (Nasal Mask) แล้วเผลออ้าปากขณะหลับสนิท ลมจากเครื่องจะไหลผ่านช่องปากที่เปิดอยู่และถูกกลืนลงท้องได้ง่ายกว่าการไหลผ่านโพรงจมูกตามปกติ
ร่างกายพยายาม “กลืนลม” โดยไม่รู้ตัว
ในช่วงที่เพิ่งเริ่มใช้เครื่อง ร่างกายอาจยังไม่ชินกับแรงต้านตอนหายใจออก จังหวะที่รู้สึกอึดอัดและพยายามออกแรงต้านลมนี้เอง ที่ทำให้หลายคนเผลอกลืนลมลงกระเพาะไปโดยไม่รู้ตัว
4 วิธีแก้ปัญหาลมเข้าท้อง ท้องอืด เมื่อใช้ CPAP
ถ้าอาการเรอและท้องเฟ้อกำลังกวนใจคุณอยู่ ลองปรับตาม 4 วิธีนี้ดู รับรองว่าเป็นวิธีแก้ง่ายๆ ที่ช่วยลดปัญหาลมเข้าท้องได้ตรงจุดแน่นอน
1. เปิดระบบผ่อนแรงลมหายใจออก (EPR / Flex / SmartFlex)
เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงดันลมลงชั่วขณะในจังหวะที่หายใจออก ช่วยให้หายใจได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ลดความรู้สึกอึดอัด และลดโอกาสที่ร่างกายจะเผลอกลืนลมลงกระเพาะ
2. ปรับท่านอน (นอนตะแคงซ้าย / หนุนหัวสูง)
การนอนตะแคงซ้ายช่วยลดความดันที่ไปกดทับหูรูดหลอดอาหาร ป้องกันไม่ให้ลมรั่วไหลลงไปในกระเพาะได้ดีกว่าการนอนหงาย หรืออาจลองใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยให้ระบบทางเดินหายใจเปิดโล่งขึ้น
3. ปรับระดับแรงดันลมสูงสุด (Max Pressure Limits)
เป็นการปรับที่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อประเมินและลดระดับแรงดันลมสูงสุดไม่ให้แรงเกินไป โดยที่ไม่กระทบต่อประสิทธิภาพในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
4. ลองเปลี่ยนประเภทหน้ากากหรือใช้สายรัดคาง
หากสาเหตุมาจากการอ้าปากนอน การเปลี่ยนไปใช้หน้ากากแบบครอบทั้งปากและจมูก (Full Face Mask) หรือการใช้สายรัดคาง (Chin Strap) ร่วมด้วย ช่วยป้องกันการอ้าปากขณะหลับและลดปริมาณลมที่ไหลลงท้องได้อย่างเห็นผล
ทำไมการตั้งค่า CPAP และทำ Sleep Test โดยผู้เชี่ยวชาญ ถึงช่วยแก้ปัญหาท้องอืดได้ดีที่สุด?
แม้ว่าการปรับพฤติกรรมเบื้องต้นจะช่วยบรรเทาอาการได้ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘การตั้งค่าแรงดันลม’ การซื้อเครื่องมาตั้งค่าใช้งานเองเสี่ยงมากที่จะตั้งแรงดันผิด ซึ่งถ้าแรงดันลมไม่พอดีกับจังหวะหายใจ นอกจากจะทำให้ลมลงท้องแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพด้านอื่นๆ
การทำ Sleep Test และให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินและตั้งค่าเครื่อง จะช่วยให้ทราบถึงความดันลมที่เหมาะสม และเป็นระดับแรงดันที่เพียงพอต่อการเปิดทางเดินหายใจโดยไม่รบกวนหูรูดหลอดอาหาร ซึ่งที่ NK Sleepcare เรามีทีม Sleep Specialist คอยวิเคราะห์ข้อมูลการนอนหลับและปรับตั้งค่าเครื่องผ่านระบบคลาวด์ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการรักษาสูงสุดสำหรับผู้ใช้งานแต่ละราย
หากลองปรับแก้เบื้องต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น สามารถทักเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตัวจริงอย่างทีมงาน NK Sleepcare ได้ที่ LINE OA: @nksleepcare เราพร้อมดูแลและปรับตั้งค่าเครื่องให้คุณกลับมาหลับสบาย ตื่นเช้ามาสดชื่นไร้อาการอึดอัดท้องอย่างแน่นอน



