วิธีแก้นอนกรน เริ่มจากหาสาเหตุจนถึงการรักษาที่เหมาะกับคุณ

แพทย์ตรวจทางเดินหายใจเพื่อหาสาเหตุของอาการนอนกรน

ถ้ากำลังหาคำตอบว่า “นอนกรนแก้ยังไง” จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมคือหาสาเหตุและดูว่ามีสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ร่วมด้วยหรือไม่ครับ เสียงกรนเป็นอาการที่เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น นอนหงาย ดื่มแอลกอฮอล์ใกล้เวลานอน คัดจมูก น้ำหนักเกิน หรือโครงสร้างทางเดินหายใจ

เสียงกรนอาจรบกวนคนข้าง ๆ แต่ความดังหรือผลกระทบทางสังคมเพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่า OSA รุนแรงแค่ไหน วิธีแก้นอนกรนจึงควรเลือกจากสาเหตุ อาการร่วม ผลกระทบตอนกลางวัน และผลตรวจเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น ไม่ควรเริ่มจากการซื้ออุปกรณ์ตามคำโฆษณาเพียงอย่างเดียวครับ

ผู้ชายกำลังนอนกรนและรบกวนการนอนของคนนอนข้าง ๆ

ข้อมูลอาการและแนวทางดูแลเบื้องต้นสอดคล้องกับคำแนะนำสำหรับผู้มีอาการนอนกรน1 ส่วนการยืนยัน OSA ต้องอาศัยการประเมินและการตรวจการนอนหลับที่เหมาะสม ไม่สามารถตัดสินจากเสียงกรนอย่างเดียวได้ครับ

สรุปสั้น ๆ ถ้านอนกรนควรเริ่มอย่างไร

  • ถ้ากรนเป็นบางครั้งและไม่มีอาการผิดปกติอื่น ลองปรับท่านอน ลดแอลกอฮอล์ ดูแลน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน และแก้ปัญหาคัดจมูกอย่างเหมาะสมก่อนครับ
  • ถ้ากรนดังหรือกรนเกือบทุกคืน มีคนเห็นว่าหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก สำลัก หรือกลางวันง่วงมาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • หากตรวจพบภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาอาจเป็นเครื่อง PAP/CPAP เครื่องมือในช่องปาก การดูแลน้ำหนัก การรักษาปัญหาจมูก หรือการผ่าตัดในผู้ป่วยบางราย
  • ไม่มีวิธีใดเหมาะกับทุกคน และเสียงกรนที่เบาลงไม่ได้ยืนยันเสมอไปว่าการหายใจขณะหลับกลับมาเป็นปกติแล้วครับ

เหตุผลที่ต้องแยกกรนธรรมดาออกจาก OSA คือ OSA ทำให้ทางเดินหายใจตีบหรือปิดซ้ำระหว่างหลับ การนอนจึงขาดความต่อเนื่องและอาจเกิดความง่วงที่กระทบความปลอดภัยได้ หากมีอาการเตือนควรเข้ารับการประเมิน2 แทนการลองอุปกรณ์ด้วยตัวเองครับ

นอนกรนเกิดจากอะไร

เสียงกรนเกิดจากอากาศไหลผ่านทางเดินหายใจส่วนต้นที่แคบลงขณะหลับ ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ โคนลิ้น หรือผนังคอสั่นจนเกิดเสียงครับ

สิ่งที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงมีได้หลายอย่าง เช่น

  • นอนหงายแล้วลิ้นตกไปด้านหลัง
  • ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาที่ทำให้ง่วง ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจคลายตัวมากขึ้น
  • น้ำหนักเกินหรือมีไขมันสะสมรอบคอและทางเดินหายใจ
  • คัดจมูกจากภูมิแพ้ หวัด หรือโครงสร้างภายในจมูก
  • ลักษณะของขากรรไกร ลิ้น เพดานอ่อน หรือทอนซิล
  • อายุที่มากขึ้น ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อหย่อนตัวได้ง่ายขึ้น
  • การสูบบุหรี่ ซึ่งระคายเคืองและทำให้ทางเดินหายใจอักเสบ

หลายคนมีมากกว่าหนึ่งปัจจัยร่วมกัน จึงไม่ควรสรุปสาเหตุจากรูปร่างหรือเสียงกรนเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่พบบ่อยเหล่านี้สอดคล้องกับคำแนะนำสำหรับผู้มีอาการนอนกรน1 หากต้องการอ่านเรื่องโครงสร้างทางกายภาพเพิ่มเติม ดูได้ที่ ปัจจัยทางกายวิภาคที่มีส่วนทำให้นอนกรน ครับ

นอนกรนธรรมดา ต่างจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA) อย่างไร

คนที่นอนกรนไม่ได้มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทุกคนครับ แต่เสียงกรนอาจเป็นสัญญาณหนึ่งของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA)

ในผู้ที่มี OSA ทางเดินหายใจจะตีบแคบหรือปิดซ้ำ ๆ ระหว่างนอน ทำให้ลมหายใจลดลงหรือหยุดเป็นช่วง ๆ ร่างกายต้องพยายามเปิดทางเดินหายใจขึ้นมาใหม่ การนอนจึงขาดความต่อเนื่อง แม้ผู้ที่มี OSA อาจไม่รู้สึกว่าตื่นก็ตาม อาการและหลักการประเมินนี้สอดคล้องกับแนวทางวินิจฉัยและข้อมูลผู้ป่วย2,3

สัญญาณที่ควรพบแพทย์

ควรนัดประเมินถ้าคุณหรือคนที่นอนข้าง ๆ สังเกตเห็นอาการต่อไปนี้

  • หายใจหยุดเป็นช่วง ๆ ระหว่างหลับ
  • สะดุ้งเฮือก สำลัก หรือเหมือนหายใจไม่ออก
  • กรนดังและกรนเป็นประจำ
  • ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า หรือคอแห้งบ่อย
  • ง่วงมากในตอนกลางวัน สมาธิลดลง หรือเผลอหลับง่าย
  • ง่วงขณะขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร
  • นอนครบเวลาแล้วแต่ยังอ่อนเพลียต่อเนื่อง

ถ้ามีอาการง่วงจนเสี่ยงต่อการขับรถ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถและเข้ารับการประเมินโดยเร็ว3 ครับ

สัญญาณร่วมกับการนอนกรนที่ควรพบแพทย์เพื่อประเมินภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

วิธีแก้นอนกรนด้วยตัวเอง และข้อจำกัดเมื่อสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA)

หากไม่มีอาการหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก สำลัก ง่วงมากผิดปกติ หรือง่วงจนกระทบการขับรถ และอาการกรนไม่รุนแรง คุณอาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำก่อนครับ วิธีต่อไปนี้ช่วยลดการกรนได้ในบางคน แต่ไม่ใช้แทนการตรวจหา OSA เมื่อมีอาการเตือน และไม่รับประกันว่าจะทำให้ทุกคนหยุดกรน

1. ลองเปลี่ยนจากนอนหงายเป็นนอนตะแคง

เวลานอนหงาย ลิ้นและเนื้อเยื่อในคออาจตกไปด้านหลัง ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง คนที่กรนชัดเจนเฉพาะท่านอนหงายจึงอาจกรนน้อยลงเมื่อนอนตะแคง

ตัวอย่างท่านอนตะแคงที่อาจช่วยลดการกรนในผู้ที่กรนมากเมื่อนอนหงาย
การนอนตะแคงอาจช่วยลดเสียงกรนในคนที่กรนมากเมื่อนอนหงาย แต่ถ้ามีอาการหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก หรือง่วงมากผิดปกติในตอนกลางวัน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

คุณอาจใช้หมอนข้าง หมอนที่ช่วยพยุงลำตัว หรืออุปกรณ์เตือนท่านอนเพื่อช่วยลดการพลิกกลับมานอนหงาย หากยังกรนมากหรือมีอาการหยุดหายใจ ไม่ควรพึ่งการเปลี่ยนท่านอนเพียงอย่างเดียวครับ อ่านคำแนะนำการดูแลเบื้องต้นเพิ่มเติม1

2. ดูแลน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน

ในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การดูแลน้ำหนักอาจช่วยลดความรุนแรงของ OSA และอาจทำให้อาการกรนดีขึ้นได้ แนวทางที่เหมาะสมควรรวมอาหารที่พอดีกับสุขภาพ การเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง หลักการนี้สอดคล้องกับแนวทางควบคุมน้ำหนักใน OSA4

คนรูปร่างผอมก็นอนกรนหรือมี OSA ได้ครับ ถ้าตรวจพบ OSA การดูแลน้ำหนักอาจเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา แต่ไม่ควรใช้แทนการรักษาหลักที่แพทย์เห็นว่าจำเป็น

3. ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ใกล้เวลานอน

แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอคลายตัวมากขึ้น จึงอาจทำให้กรนดังขึ้นหรือการอุดกั้นทางเดินหายใจแย่ลง โดยเฉพาะเมื่อดื่มใกล้เวลาเข้านอน หากสังเกตว่าคืนที่ดื่มแล้วกรนมากขึ้น การลดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงก่อนนอนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้1 ครับ

4. งดสูบบุหรี่

ควันบุหรี่ระคายเคืองจมูกและลำคอและอาจกระตุ้นการกรน การงดสูบบุหรี่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมและเป็นหนึ่งในคำแนะนำการดูแลเบื้องต้น1

5. ดูแลอาการคัดจมูกตามสาเหตุ

ถ้าหายใจทางจมูกไม่สะดวก คุณอาจอ้าปากหายใจและกรนมากขึ้น ควรหาสาเหตุว่าเกิดจากภูมิแพ้ การติดเชื้อ ผนังกั้นจมูกคด หรือปัญหาอื่น การล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออาจช่วยในบางคน ส่วนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก หรือยาลดคัดจมูกควรเลือกให้เหมาะกับโรคและสุขภาพของแต่ละคนครับ

แผ่นแปะจมูกหรืออุปกรณ์ถ่างจมูกอาจช่วยให้ลมหายใจผ่านจมูกสะดวกขึ้นในบางกรณี แต่ไม่ใช่การรักษาการอุดกั้นที่เกิดบริเวณลำคอ และไม่ยืนยันว่า OSA ได้รับการควบคุมแล้ว ดูแนวทางดูแลปัจจัยกระตุ้นการกรนเบื้องต้น1

6. ทบทวนยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ง่วงกับแพทย์

ยานอนหลับอาจทำให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA) แย่ลงในบางคน จึงไม่ควรใช้เว้นแต่แพทย์แนะนำ ส่วนยาอื่นที่ทำให้ง่วงควรให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน และไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งด้วยตัวเอง3 ครับ

7. นอนให้พอและเป็นเวลา

การนอนไม่พอทำให้อาการง่วงในตอนกลางวันแย่ลง และทำให้แยกได้ยากว่าอ่อนเพลียจาก OSA หรือจากการพักผ่อนไม่พอ การเข้านอนและตื่นให้ค่อนข้างสม่ำเสมอจึงช่วยให้ผู้ป่วยและแพทย์ประเมินอาการได้ชัดขึ้น แม้การนอนให้พอจะไม่ใช่การรักษา OSA โดยตรงก็ตาม หากยังง่วงมากหรือมีอาการหยุดหายใจ ควรเข้ารับการประเมิน3

นอนกรนเมื่อไหร่ควรตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA) และควรตรวจแบบไหน

การตรวจการนอนหลับเพื่อวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่นอนกรนทุกคนทันทีครับ แต่ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจเมื่อมีคนเห็นว่าหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก สำลัก ง่วงมากผิดปกติ หรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

แบบประเมิน แอปพลิเคชัน นาฬิกาอัจฉริยะ หรือคลิปเสียงจากโทรศัพท์ช่วยเก็บข้อมูลเบื้องต้นได้ แต่ยังใช้ยืนยันหรือตัด OSA ออกไม่ได้ แพทย์ต้องประเมินอาการ โรคประจำตัว โครงสร้างทางเดินหายใจ ยาที่ใช้ และเลือกการตรวจที่เหมาะสม2 ครับ

การตรวจการนอนหลับที่บ้านอาจใช้ในผู้ใหญ่ที่ไม่มีภาวะซับซ้อนและมีอาการหรือสัญญาณที่บ่งว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อ OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรง ส่วนผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคระบบหายใจที่มีความสำคัญ สงสัยว่าหายใจตื้นผิดปกติ ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์เรื้อรัง เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือมีอาการนอนไม่หลับรุนแรง แนวทาง AASM แนะนำการตรวจเต็มในห้องปฏิบัติการการนอนหลับมากกว่า2

ถ้าการตรวจการนอนหลับที่บ้านเพียงครั้งเดียวให้ผลลบ สรุปไม่ได้ หรือข้อมูลทางเทคนิคไม่เพียงพอ แนวทาง AASM แนะนำให้ตรวจเต็มในห้องปฏิบัติการต่อเพื่อวินิจฉัย OSA2 อ่านรายละเอียดได้ที่ การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) คืออะไร และ การตรวจการนอนหลับที่บ้าน ครับ

วิธีรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA) ทางการแพทย์

การรักษานอนกรนต้องแยกระหว่างผู้ที่กรนโดยยังไม่พบ OSA กับผู้ที่ตรวจพบ OSA ครับ เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้เสียงกรนเบาลง แต่ต้องควบคุมการอุดกั้น ลดอาการ และติดตามว่าการหายใจขณะหลับดีขึ้นจริง วิธีรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุ ผลตรวจ โรคร่วม และความเหมาะสมของแต่ละคน

แผนภาพการเลือกแนวทางรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับตามสาเหตุและผลตรวจ

รักษาปัญหาจมูกและทางเดินหายใจส่วนต้น

ถ้ามีภูมิแพ้จมูก ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นจมูกคด หรือทอนซิลโต การรักษาตามสาเหตุอาจช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นและลดการกรนในบางคน บางกรณียังช่วยให้ใช้ PAP ได้สบายขึ้นด้วย

ถึงจะหายใจทางจมูกได้ดีขึ้น ก็ยังสรุปไม่ได้ว่า OSA หายแล้วครับ เพราะตำแหน่งอุดกั้นอาจอยู่หลายระดับ และการยืนยันการควบคุม OSA ต้องอาศัยการติดตามที่เหมาะสม2

เครื่อง PAP/CPAP

เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (Positive Airway Pressure: PAP) ส่งแรงดันอากาศผ่านหน้ากากเพื่อพยุงทางเดินหายใจไม่ให้ตีบหรือปิดขณะนอน เครื่องแรงดันคงที่เรียกว่า Continuous Positive Airway Pressure (CPAP) ส่วน Automatic Positive Airway Pressure (APAP) ปรับแรงดันภายในช่วงที่ตั้งไว้ตามการหายใจของผู้ใช้ครับ

แนวทาง AASM แนะนำการรักษาด้วย PAP สำหรับผู้ใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัย OSA และมีอาการง่วงมากในตอนกลางวันอย่างชัดเจน และเสนอให้แพทย์พิจารณา PAP ในผู้ที่คุณภาพชีวิตด้านการนอนลดลงหรือมีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย การเริ่มใช้ควรมีคำแนะนำเรื่องหน้ากาก ความชื้น การปรับตัว และการติดตามข้อมูลการใช้งาน5 ครับ

PAP ไม่ใช่ออกซิเจน และไม่ควรซื้อมาเลือกแรงดันเองโดยยังไม่ผ่านการประเมิน หากอยากเข้าใจชนิดของเครื่องและการทำงาน ดูต่อได้ที่ CPAP คืออะไร

เครื่องมือในช่องปาก

เครื่องมือเลื่อนขากรรไกรล่าง หรือ Mandibular Advancement Device ช่วยพยุงขากรรไกรและลิ้นไปด้านหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจขณะหลับ

สำหรับผู้ใหญ่ที่กรนโดยไม่มี OSA ควรให้แพทย์ที่ดูแลด้านการนอนหลับยืนยันว่าเป็น primary snoring และพิจารณาสั่งเครื่องมือก่อน ส่วนผู้ที่มี OSA อาจใช้เครื่องมือเป็นทางเลือกเมื่อใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกชนิดคงที่ (CPAP) ไม่ได้หรือต้องการทางเลือกอื่น โดยควรเป็นอุปกรณ์ทำเฉพาะบุคคลที่ปรับระดับได้ ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ที่มีความรู้ด้านเวชศาสตร์การนอนหลับ พร้อมติดตามผลและตรวจยืนยันประสิทธิผลตามความเหมาะสม6 ครับ

ต้องติดตามผลเรื่องการสบฟัน อาการปวดขากรรไกร และประเมินประสิทธิผล เพราะเสียงกรนที่เบาลงอย่างเดียวไม่พอที่จะยืนยันว่าควบคุม OSA ได้แล้ว อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เครื่องมือในช่องปากแบบปรับระดับได้

การรักษาด้วยท่านอน

ผู้ที่กรนหรือมี OSA บางคนมีการอุดกั้นมากขึ้นตอนนอนหงาย เรียกว่า positional snoring หรือ positional OSA ครับ การรักษาด้วยท่านอนจึงควรพิจารณาเมื่อผลตรวจยืนยันว่าอาการสัมพันธ์กับท่านอน ไม่ควรเลือกจากเสียงกรนหรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

ใน OSA ระดับไม่รุนแรงถึงปานกลาง การรักษาด้วยท่านอนอาจใช้เป็นส่วนเสริมหรือเป็นทางเลือกเมื่อเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (PAP) หรือวิธีที่แพทย์พิจารณาแล้วไม่เหมาะหรือทนไม่ได้ แนวทาง NICE NG202 ระบุว่าการรักษาด้วยท่านอนไม่น่ามีประสิทธิผลเพียงพอใน OSA ระดับรุนแรง จึงไม่ควรใช้แทนการรักษาหลักโดยไม่ได้รับการประเมินครับ7,8

หลังเริ่มรักษาด้วยท่านอน ควรติดตามอาการและประเมินประสิทธิผลตามความเหมาะสม เพราะเสียงกรนที่เบาลงยังไม่ยืนยันว่าควบคุม OSA ได้แล้ว

การผ่าตัด

การผ่าตัดมีหลายแบบ ตั้งแต่การแก้ปัญหาจมูก การผ่าตัดทอนซิล ไปจนถึงการแก้โครงสร้างของเพดานอ่อน ลิ้น หรือขากรรไกร แพทย์จะพิจารณาตำแหน่งอุดกั้น ความรุนแรงของ OSA สุขภาพโดยรวม และการตอบสนองต่อวิธีอื่น

สำหรับผู้ใหญ่ที่มี OSA การส่งปรึกษาศัลยแพทย์ด้านการนอนหลับอาจเหมาะในบางกรณี เช่น ใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (PAP) ไม่ได้ ไม่ยอมรับเครื่อง PAP มีผลข้างเคียงจากแรงดันจนใช้ไม่สม่ำเสมอ หรือมีโครงสร้างผิดปกติที่ควรประเมินเฉพาะทาง การส่งปรึกษาไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องผ่าตัด และต้องพิจารณาตำแหน่งอุดกั้น สุขภาพโดยรวม และทางเลือกอื่นร่วมกัน9 ครับ

ผลลัพธ์ของการผ่าตัดต่างกันตามสาเหตุและชนิดหัตถการ เสียงกรนอาจกลับมาได้ และผู้ที่มี OSA อาจต้องตรวจติดตามหลังรักษา

เลือกวิธีแก้นอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA) ตามอาการ

ถ้ากรนเป็นบางครั้งและไม่มีอาการหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก สำลัก หรือง่วงมากผิดปกติ อาจเริ่มจากนอนตะแคง ลดแอลกอฮอล์ ดูแลน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน งดสูบบุหรี่ และแก้คัดจมูกตามสาเหตุครับ ควรติดตามทั้งความถี่ของเสียงกรน คุณภาพการนอน และอาการตอนกลางวัน ไม่ใช่ดูเฉพาะว่าเสียงเบาลงหรือไม่

ถ้ากรนบ่อย มีคนเห็นว่าหยุดหายใจ หรือกลางวันง่วงมาก ควรเข้ารับการประเมินก่อนเลือกอุปกรณ์ ส่วนผู้ที่ตรวจพบ OSA แล้วควรเลือกและติดตามการรักษาร่วมกับแพทย์ตามผลตรวจ อาการ โรคร่วม และความเหมาะสมของแต่ละคน หลักการคัดกรองนี้สอดคล้องกับข้อมูลสำหรับผู้มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ3 ครับ

อุปกรณ์แก้นอนกรนที่ขายทั่วไปใช้ได้ไหม และมีข้อจำกัดเรื่องภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA) อย่างไร

อุปกรณ์แก้นอนกรนมีหลายชนิด ตั้งแต่แผ่นแปะจมูก อุปกรณ์ถ่างจมูก สายรัดคาง หมอนจัดท่านอน ไปจนถึงเครื่องมือในช่องปาก แต่ละชนิดแก้ปัญหาคนละตำแหน่ง จึงไม่ควรคาดหวังว่าอุปกรณ์ชิ้นเดียวจะเหมาะกับทุกคนครับ

ก่อนซื้อ ลองตอบสามข้อให้ได้ก่อน

1. อุปกรณ์นี้แก้การอุดกั้นที่จมูก ท่านอน หรือบริเวณลำคอ 2. คุณมีสัญญาณที่ควรตรวจหา OSA หรือไม่ 3. ถ้าใช้แล้วเสียงเบาลง จะติดตามอย่างไรว่าการหายใจขณะหลับดีขึ้นจริง

หากเป็นเครื่องมือที่เลื่อนขากรรไกร ควรระวังเรื่องข้อต่อขากรรไกร ฟัน และการสบฟัน อุปกรณ์แบบซื้อสำเร็จไม่เท่ากับอุปกรณ์ทำเฉพาะบุคคลที่ปรับระดับและติดตามโดยทันตแพทย์6 อ่านภาพรวมได้ที่ อุปกรณ์แก้นอนกรนมีกี่แบบและเลือกอย่างไร

คำถามที่พบบ่อยเรื่องนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA)

นอนกรนเสียงดังทุกคืนอันตรายไหม

ความดังอย่างเดียวบอกความรุนแรงของ OSA ไม่ได้ครับ แต่ถ้ากรนดังเป็นประจำและมีหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก ง่วงกลางวัน หรือตื่นไม่สดชื่น ควรเข้ารับการประเมิน3

หนุนหมอนสูงช่วยแก้นอนกรนได้ไหม

การยกศีรษะหรือใช้หมอนที่ช่วยจัดท่านอนอาจช่วยบางคน โดยเฉพาะผู้ที่กรนมากตอนนอนหงายหรือมีอาการคัดจมูก แต่ไม่ใช่วิธีวินิจฉัยหรือรักษา OSA ทุกกรณีครับ หากมีคนเห็นว่าหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก สำลัก หรือง่วงมากผิดปกติ ควรพบแพทย์1

มียาแก้นอนกรนโดยตรงหรือไม่

ยังไม่มียาชนิดเดียวที่รักษาสาเหตุของการกรนได้ทุกแบบครับ ยาอาจช่วยเมื่อมีปัญหาเฉพาะ เช่น ภูมิแพ้จมูก แต่ต้องเลือกตามสาเหตุ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ ไม่ควรซื้อยานอนหลับมาใช้เพราะหวังว่าจะหลับสนิทขึ้น เนื่องจากอาจทำให้อาการกรนหรือ OSA แย่ลงในบางคน อ่านคำแนะนำทั่วไปเพิ่มเติม1

เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกชนิดคงที่ (CPAP) ช่วยให้นอนกรนหายไหม

ในผู้ที่มี OSA และมีข้อบ่งชี้ เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก เช่น CPAP ช่วยพยุงทางเดินหายใจให้เปิดขณะหลับ จึงมักทำให้เสียงกรนจากการอุดกั้นลดลงด้วยครับ แต่ CPAP ไม่ใช่คำตอบสำหรับคนที่กรนทุกคน และควรเริ่มจากการวินิจฉัยและการตั้งค่าที่เหมาะสม5

ใช้เครื่องมือในช่องปากแล้วเสียงกรนเบาลง แปลว่ารักษาสำเร็จหรือยัง

ยังสรุปไม่ได้จากเสียงกรนเพียงอย่างเดียวครับ โดยเฉพาะผู้ที่มี OSA ควรติดตามกับแพทย์และทันตแพทย์ รวมถึงตรวจประเมินประสิทธิผล6 เพื่อยืนยันว่าควบคุมการหายใจได้เหมาะสม

นอนกรนรักษาให้หายขาดได้ไหม

การนอนกรนจะลดลงมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับสาเหตุครับ บางคนอาการลดลงหลังปรับพฤติกรรมหรือรักษาปัญหาโครงสร้างที่ชัดเจน ขณะที่บางคนต้องใช้อุปกรณ์หรือรักษาต่อเนื่อง เป้าหมายที่เหมาะสมคือควบคุมการอุดกั้น ลดอาการ และทำให้นอนมีคุณภาพดีขึ้น โดยไม่รับประกันว่าจะหายขาดในทุกคน1

ถ้าลองปรับพฤติกรรมแล้ว ควรรอนานแค่ไหนก่อนพบแพทย์

สำหรับการนอนกรน ไม่มีระยะเวลารอที่ตายตัวก่อนพบแพทย์ครับ หากมีคนเห็นว่าหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก สำลัก ง่วงมากผิดปกติ ง่วงขณะขับรถ หรือนอนครบแล้วยังอ่อนเพลีย ควรพบแพทย์โดยไม่ต้องรอ และควรหลีกเลี่ยงการขับรถเมื่อความง่วงกระทบความปลอดภัย

ถ้าไม่มีอาการเหล่านี้และกรนไม่รุนแรง อาจลองนอนตะแคง ลดแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ดูแลน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน และแก้คัดจมูกตามสาเหตุอย่างสม่ำเสมอ พร้อมจดความถี่ของการกรนและอาการตอนกลางวัน หากการนอนกรนยังต่อเนื่อง รบกวนชีวิต หรือไม่แน่ใจเรื่อง OSA ควรเข้ารับการประเมินหาสาเหตุ1

สรุปวิธีแก้นอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA)

วิธีแก้นอนกรนที่ดีควรเริ่มจากการหาสาเหตุ และประเมินว่ามี OSA ร่วมด้วยหรือไม่ครับ หากเป็นอาการเล็กน้อย คุณอาจเริ่มจากท่านอน การลดแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ดูแลน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน และรักษาอาการคัดจมูกตามสาเหตุ

ถ้ามีคนเห็นว่าหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก ง่วงมากในตอนกลางวัน หรือตื่นมาไม่สดชื่นเป็นประจำ ควรเข้ารับการประเมินก่อนเลือกอุปกรณ์2 การรักษาที่เหมาะอาจเป็นเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก เช่น CPAP เครื่องมือในช่องปาก การดูแลปัจจัยเสี่ยง หรือการผ่าตัดในผู้ป่วยบางราย โดยต้องเลือกให้เหมาะกับแต่ละคนและติดตามผลหลังรักษาครับ

ข้อมูลเรื่องการนอนกรนและ OSA ในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรือโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลคุณ

เอกสารอ้างอิง

  1. NHS. Snoring. ตรวจสอบเมื่อ 8 สิงหาคม 2026
  2. Kapur VK, et al. Clinical Practice Guideline for Diagnostic Testing for Adult Obstructive Sleep Apnea. Journal of Clinical Sleep Medicine. 2017. ตรวจสอบเมื่อ 8 สิงหาคม 2026
  3. NHS. Sleep apnoea. ตรวจสอบเมื่อ 8 สิงหาคม 2026
  4. Hudgel DW, et al. The Role of Weight Management in the Treatment of Adult Obstructive Sleep Apnea. American Journal of Respiratory and Critical Care Medicine. 2018. ตรวจสอบเมื่อ 8 สิงหาคม 2026
  5. Patil SP, et al. Treatment of Adult Obstructive Sleep Apnea with Positive Airway Pressure. Journal of Clinical Sleep Medicine. 2019. ตรวจสอบเมื่อ 8 สิงหาคม 2026
  6. Ramar K, et al. Treatment of Obstructive Sleep Apnea and Snoring with Oral Appliance Therapy. Journal of Clinical Sleep Medicine. 2015. ตรวจสอบเมื่อ 8 สิงหาคม 2026
  7. NICE. Obstructive sleep apnoea/hypopnoea syndrome and obesity hypoventilation syndrome in over 16s (NG202). 2021. ตรวจสอบเมื่อ 8 สิงหาคม 2026
  8. Randerath W, et al. European Respiratory Society guideline on non-CPAP therapies for obstructive sleep apnoea. European Respiratory Review. 2021. ตรวจสอบเมื่อ 8 สิงหาคม 2026
  9. Kent D, et al. Referral of Adults with Obstructive Sleep Apnea for Surgical Consultation. Journal of Clinical Sleep Medicine. 2021. ตรวจสอบเมื่อ 8 สิงหาคม 2026