BiPAP คืออะไร เหมาะกับใคร และแตกต่างจาก CPAP อย่างไร

BiPAP คืออะไร เหมาะกับใคร และแตกต่างจาก CPAP อย่างไร

BiPAP คืออะไร

BiPAP คือ เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดัน 2 ระดับ (Bi-level Positive Airwar Pressure, BiPAP) ราคาเครื่อง BiPAP มีตั้งแต่ 95,000 – 125,000 บาท เป็นเครื่องช่วยหายใจที่สามารถตั้งให้ระดับแรงดันอากาศในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออกมีค่าแตกต่างกันได้ เช่น ขณะหายใจเข้าแรงดันเป็น 15 cmH2O ขณะหายใจออกแรงดันเป็น 6 cmH2O เป็นต้น ใช้สำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับขั้นรุนแรง ที่ต้องใช้แรงดันในการรักษาสูงๆ เช่น 15 cmH2O ขึ้นไปเป็นต้น และเนื่องจากสามารถกำหนดให้แรงดันตอนหายใจออกมีค่าต่ำๆได้ จึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถหายใจออกได้ง่ายขึ้น ลดความอึดอัดเนื่องจากการที่ต้องหายใจออกสวนทางกับแรงลมที่เครื่องพ่นออกมา

เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดัน 2 ระดับ (Bi-level Positive Airwar Pressure, BiPAP)
เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดัน 2 ระดับ (Bi-level Positive Airwar Pressure, BiPAP)

BiPAP เหมาะสำหรับใคร

ภาวะนอนกรน เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย และเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาการนอนกรนที่อาจเป็นปัญหาร้ายแรงต่อสุขภาพก็คือ การกรนที่อยู่ในระดับปานกลางจนถึงขั้นรุนแรง ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ หรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ สำหรับการรักษามีหลายทางเลือก เช่น รักษาด้วยวิธีผ่าตัด และการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด ที่ได้รับความนิยมได้แก่การใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก กรณีนอนกรนทั่วไปที่อาจส่งเสียงรบกวนคนใกล้ชิดและยังไม่อยู่ในขั้นรุนแรง อาจทำการรักษาด้วยเครื่อง  ซีแพ็พ (CPAP) ส่วนคนที่อยู่ในภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือมีอาการกรนระดับปานกลางถึงขั้นรุนแรง อุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับการรักษาได้แก่ เครื่อง BiPAP

 

BiPAP แตกต่างจาก CPAP อย่างไร

อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้รักษาภาวะนอนกรน ซึ่งเป็นเครื่องช่วยหายใจนิยมนำมาใช้ต่อกับหน้ากากเพื่อช่วยให้ผู้ที่นอนกรนหรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจถูกปิดกั้น มี 2 ประเภท ได้แก่ อุปกรณ์ที่ให้ความดันบวก 2 ระดับ หรือเครื่อง BiPAP และอุปกรณ์ที่ให้ความดันบวกคงที่ ได้แก่ เครื่อง CPAP

 

การทำงานของเครื่อง BiPAP

เครื่อง BiPAP มีหลักการทำงานในการช่วยหายใจ (Ventilation) โดยการอัดลมด้วยความดันสูงในช่วงที่หายใจเข้า และผ่อนความดันลงในช่วงหายใจออก ทำให้มีการขยายตัวของปอดและลดความต้านทานของระบบทางเดินหายใจที่มีการปิดกั้น อธิบายให้เข้าใจง่ายก็คือการใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน ลมที่เป่าเข้าไป จะไปถ่างทางเดินหายใจให้กว้างออก ทำให้ไม่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่นอนกรนในระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรงและมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ข้อดีของเครื่อง BiPAP ก็คือสามารถปรับระดับแรงดันได้ตามอาการของผู้ป่วย

เครื่อง BiPAP เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาอาการนอนกรน โดยแรงดันลมจะช่วยเปิดขยาย และถ่างทางเดินหายใจส่วนบนที่ถูกปิดกั้นให้ขยายหรือเปิดโล่ง เป็นเครื่องที่แรงดันคงที ทำให้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนธรรมดา ข้อดีได้แก่ปัจจุบันตัวเครื่อง BiPAP มีขนาดเล็ก สามารถพกพาไปที่ไหน ๆได้ค่อนข้างสะดวก

 

การตั้งค่าเครื่อง BiPAP

เครื่อง BiPAP จะมีหลักการตั้งค่า (Settings) ที่เป็นพื้นฐานดังนี้

  • Mode : เครื่อง BiPAP สามารถตั้งค่าโหมดการทำงานได้ดังนี้
    • Spontaneous (S Mode) – คนไข้เป็นคนกำหนดจังหวะและอัตราการหายใจเอง
    • Timed (T Mode) – เครื่องเป็นตัวกำหนดจังหวะและอัตราการหายใจให้คนไข้ทั้งหมด
    • Spontaneous/Timed (S/T Mode) – คนไข้เป็นคนกำหนดจังหวะและอัตราการหายใจเอง จนเมื่ออัตราการหายใจต่ำกว่าค่าที่กำหนด เครื่องจะปรับเป็น Timed Mode
    • CPAP Mode – เครื่องปล่อยแรงดันคงที่ เท่ากันทั้งจังหวะหายใจเข้าและออก
    • Optional Modes – โหมดอื่นๆ แล้วแต่รุ่นของเครื่อง เช่น PCV, SIMV
  • Backup Rate : การกำหนดค่าอัตราการหายใจขั้นต่ำ มีหน่วยเป็น Breaths per minute (BPM) ถ้าคนไข้มีอัตราการหายใจต่ำกว่าค่าที่กำหนดนี้ เครื่องจะปรับเป็น Timed Mode เพื่อช่วยหายใจให้คนไข้เองโดยอัตโนมัติ
  • IPAP : ระดับแรงดันที่เครื่องจะปล่อยให้ในจังหวะหายใจเข้า
  • EPAP : ระดับแรงดันที่เครื่องจะปล่อยให้ในจังหวะหายใจออก
  • Ramp: สามารถตั้งให้เครื่องปล่อยแรงดันอากาศที่ระดับต่ำๆ ในช่วงเริ่มต้นได้

 

ประโยขน์ของ BiPAP

เครื่อง BiPAP ช่วยรักษาโรคดังต่อไปนี้

  • อาการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับขั้นรุนแรง
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง Chronic Obstructive Pulmonary Disease (COPD)
  • โรคทางประสาทและกล้ามเนื้อ Neuromuscular Disease
  • โรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ

อาการนอนกรนธรรมดา ที่เกิดจากปัญหาสุขภาพเช่น ป่วยเป็นไข้หวัดหรือภูมิแพ้ทำให้หายใจลำบาก และต้องหายใจทางปากจนเกิดเสียงกรน เมื่อดูแลรักษาสุขภาพอาการกรนก็จะหายได้เองหรือเป็นการกรนที่ไม่รุนแรง และไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ แต่การกรนเสียงดังอาจเป็นปัญหาสำหรับคนรอบข้างที่อยู่ใกล้ชิด เพียงแต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตนเองมากนัก ส่วนอันตรายที่เกิดจากภาวะนอนกรนที่อยู่ในขั้นรุนแรงได้แก่

  • มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจเป็นอันตรายร้ายแรงและทำให้เสียชีวิตได้
  • ภาวะหยุดหายใจเป็นระยะ ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้ง่วงนอนระหว่างวันส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและการขับรถ
  • ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับทำให้ออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ  หากเกิดขึ้นเป็นเวลานาน. ทำให้เกิดสารพิษในเลือดและนำไปสู่ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบประสาทและสมอง
  • ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เมื่อตื่นนอนจะรู้สึกไม่สดชื่น หงุดหงิดง่าย หรืออาจมีภาวะซึมเศร้าได้
  • อาการนอนกรนที่รุนแรง ยังส่งผลทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงหรือทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย

 

สรุป

สำหรับอาการนอนกรนที่มีความรุนแรง และมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ การรักษาด้วยเครื่อง BiPAP ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังหาซื้อได้ไม่ยาก เนื่องจากมีบริษัทตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หลายรุ่นและหลายยี่ห้อ ที่มีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครื่องช่วยหายใจ คอยให้คำแนะนำพร้อมบริการหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

"แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า CPAP รุ่นไหนเหมาะกับเรามากที่สุด?" E-book ฉบับนี้มีคำตอบ

New call-to-action

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

16 − 5 =